นโยบายการรับแจ้งเบาะแส (Whistleblower Policy)

บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำที่ขัดแย้งกับกฎหมาย จรรยาบรรณ หรือระบบควบคุมภายในที่บกพร่องได้โดยตรงต่อคณะกรรมการบริษัท บริษัทฯ จึงได้กำหนดช่องทางการรับแจ้งเบาะแส ขั้นตอนการดำเนินการ และมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการต่อต้านคอร์รัปชันและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

บริษัทฯ หมายถึง บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ เบาะแส หมายถึง ข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงการกระทำที่ส่อเจตนาว่าเป็นการทุจริต คอร์รัปชัน ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อบริษัทฯ หรือ ผู้มีส่วนได้เสีย
ผู้บริหาร หมายถึง กรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้อำนวยการ รองกรรมการผู้อำนวยการและผู้อำนวยการหรือเทียบเท่า ขึ้นไปของบริษัทฯ
ผู้บังคับบัญชา หมายถึง พนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสั่งการ มอบหมายงาน กำกับ หรือควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามนโยบายของบริษัทฯ รวมตลอดถึงการมีอำนาจใช้มาตรการทางวินัยลงโทษพนักงานของบริษัทฯ ได้
พนักงาน หมายถึง พนักงานตามข้อบังคับของบริษัทฯ
บุคคลภายนอก หมายถึง บุคคลและ/หรือนิติบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบริษัทฯ รวมถึงผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า และสังคมส่วนรวม เป็นต้น
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง หมายถึง บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากกรรมการผู้อำนวยการโดยเฉพาะกิจ เพื่อทำหน้าที่สืบค้นข้อเท็จจริง ซึ่งประกอบด้วย ผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายกฎหมาย และกรรมการจากหน่วยงานอื่นอย่างน้อยอีก 1 ท่าน

บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการรับแจ้งเบาะแสดังนี้

  • จดหมายอิเล็กทรอนิกส์:
    kosol.boardap@gmail.com หรือ whistleblowing@apthai.com
  • จดหมายไปรษณีย์:
    ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน
    บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 1 ชั้น 17
    เลขที่ 170/57 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
  • ช่องทางออนไลน์ : https://investor.apthai.com/th/good-governance/whistle-blowing-channel

  • ข้อมูลเบาะแส ต้องเป็นความจริง มีความชัดเจน ที่จะนำสืบหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการต่อไปได้ ซึ่งอาจครอบคลุมถึงการประพฤติที่มีความผิดร้ายแรง เช่น การทุจริต คอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งทางตรง หรือทางอ้อม การกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท การกระทำโดยเจตนาให้บริษัทฯ เสื่อมเสีย เสียชื่อเสียง หรือเสียประโยชน์ เป็นต้น
  • ข้อมูลที่ได้รับจากการแจ้งเบาะแสจะถือเป็นความลับ และไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้แจ้งเบาะแส บริษัทฯ ส่งเสริมให้ผู้แจ้งเบาะแสเปิดเผยตัวตน กับหน่วยงานที่รับเรื่อง และให้ข้อมูล หลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ โดยที่ผู้แจ้งเบาะแส จะได้รับการคุ้มครองสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท หรือบุคคลภายนอก
  • กรณีที่ไม่มีการเปิดเผยตัวตนให้ทราบ บริษัทฯ จะพิจารณาข้อมูลและหลักฐานที่ได้รับโดยคำนึงถึงความชัดเจนและความเพียงพอของข้อเท็จจริง ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาการแจ้งเบาะแสที่ไม่มีการระบุพยาน หลักฐาน หรือรายละเอียดการกระทำผิดที่ชัดเจนเพียงพอสำหรับการตรวจสอบ นอกจากนี้ บริษัทฯ อาจไม่รับพิจารณากรณีที่ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบและเป็นธรรมแล้ว และไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือหรือมีสาระสำคัญเพียงพอ
  • ระยะเวลาในการดำเนินการขึ้นกับความซับซ้อนของเรื่อง และความเพียงพอของเอกสารหลักฐานที่ได้รับจากผู้แจ้งเบาะแส รวมถึงเอกสารหลักฐาน และคำชี้แจงของผู้ถูกร้องเรียน

บริษัทฯ จะไม่ดำเนินการใด ๆ ที่ไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลภายนอกที่ให้บริการแก่บริษัทฯ อันเนื่องมาจากการให้ข้อมูล ความร่วมมือ หรือความช่วยเหลือใด ๆ โดยสุจริต ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงาน ลักษณะงาน หรือสถานที่ทำงาน การสั่งพักงาน การข่มขู่ การรบกวนการปฏิบัติงาน การเลิกจ้าง หรือการกระทำอื่นใดที่ถือเป็นการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

  • ผู้แจ้งเบาะแสที่ให้ข้อมูลโดยสุจริตจะได้รับการคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม หากพบว่าการแจ้งเบาะแสเป็นเท็จหรือมีเจตนามุ่งร้ายเพื่อให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย เช่น การร้องทุกข์เรื่องส่วนตัว การสร้างความแตกแยกภายในบริษัทฯ หรือการแจ้งข้อมูลเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน บริษัทฯ จะดำเนินการพิจารณาโทษทางวินัยตามข้อบังคับการทำงาน และอาจดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของบริษัทฯ และผู้ที่ได้รับผลกระทบ
  • บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยชื่อ สกุล ที่อยู่ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถระบุตัวตนผู้แจ้งเบาะแส หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • ผู้รับแจ้งเบาะแสหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบต้องรักษาข้อมูลเป็นความลับ และห้ามเปิดเผยข้อมูลเว้นแต่มีความจำเป็น ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องเปิดเผย ต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้แจ้งเบาะแส ผู้ให้ความร่วมมือ แหล่งที่มาของข้อมูล และบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นสำคัญ
  • หากผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเห็นว่าตนอาจได้รับอันตรายหรือเกิดความเสียหาย สามารถร้องขอให้บริษัทฯ กำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจพิจารณากำหนดมาตรการคุ้มครองเองโดยไม่ต้องมีการร้องขอ หากพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยหรืออาจเกิดความเสียหายแก่บุคคลดังกล่าว
  • ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินการตอบโต้หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการกดดัน ข่มขู่ หรือกลั่นแกล้งต่อผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กระทำโดยสุจริต ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบและข้อบังคับของบริษัทฯ

  • เมื่อมีการแจ้งเบาะแสตามช่องทางต่างๆ ที่บริษัทฯ กำหนด หน่วยงานตรวจสอบภายในจะทำหน้าที่บันทึกรับเรื่อง และแจ้งต่อผู้แจ้งเบาะแส (ถ้ามี)
  • หน่วยงานตรวจสอบภายในมีหน้าที่ในการสืบค้นข้อมูลและพิจารณามูลเหตุของการแจ้งเบาะแสในขั้นต้นอย่างรัดกุม เพื่อให้สามารถทราบข้อเท็จจริงภายในระยะเวลา 30 - 60 วัน โดยมีหลักในการพิจารณา ดังนี้
    • ไม่มีความซับซ้อน ให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน และหน่วยงานทรัพยากรบุคคล ดำเนินการตามระเบียบบริษัทฯ และรายงานให้คณะกรรมการตรวจสอบทราบ
    • มีความซับซ้อน และ/ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นความผิดร้ายแรง บริษัทฯ จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งประกอบด้วย ผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานทรัพยากรบุคคล หน่วยงานกฎหมาย และกรรมการจากหน่วยงานอื่นอย่างน้อยอีก 1 ท่าน
  • สรุปผลการสอบข้อเท็จจริง และแจ้งกลับไปยังผู้แจ้งเบาะแส (ถ้ามี) และรายงานสรุปผลการดำเนินการ รวมถึงบทลงโทษต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อพิจารณาอนุมัติ และให้หน่วยงานตรวจสอบภายในรวบรวม และสรุปการแจ้งเบาะแส และผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง นำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบทุกไตรมาส และให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบต่อไป

กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายการแจ้งเบาะแสอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และปรับปรุงแก้ไข (ถ้ามี) จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัท ให้ความเห็นชอบ