อนุพงษ์ อัศวโภคิน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ปี 2567 หลายคนตั้งความหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ในความเป็นจริง เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับปัจจัยที่ทำให้การเติบโตชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 2.5% ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน และต่ำกว่าการคาดการณ์เบื้องต้นที่ 3.5%

ปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจไทยในปีที่ผ่านมา มีหลายด้านไม่ว่าจะเป็น กำลังซื้อของประชาชนที่ยังอ่อนแรง จากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง หนี้เสีย (NPL) ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนไม่สามารถขอสินเชื่อได้ รวมถึงตลาดตราสารหนี้ที่เผชิญกับปัญหาสภาพคล่อง ทำให้บริษัทบางแห่งมีข้อจำกัดในการระดมทุน

แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่ AP เรายังสามารถรักษาความแข็งแกร่งและความต่อเนื่องของธุรกิจ โดยในปีที่ผ่านมา เราสร้างยอดขายได้สูงสุดในอุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่า 48,020 ล้านบาท และมีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ คอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่นๆ สูงถึง 47,125 ล้านบาท พร้อมด้วยกำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท

ผมในนามผู้บริหารเอพี ไทยแลนด์ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พนักงานเอพีทุกคน คู่ค้า และที่จะขาดไม่ได้เลย คือ ขอบพระคุณลูกค้าทุก ๆ ท่าน ที่ยังให้ความไว้ใจบริษัท ทำให้เราสามารถที่จะผ่านพ้นปีที่แล้วไปได้อย่างดีครับ

ปี 2568: จะเป็นปีแห่งโอกาส หรือความท้าทายที่ต่อเนื่อง?

เมื่อมองไปข้างหน้า ปี 2568 เศรษฐกิจไทยยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ทิศทางดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นแรงกดดันต่อเนื่อง คำถามที่น่าสนใจคือ ความสามารถของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลอดจนนโยบายต่าง ๆ ที่เริ่มดำเนินการจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน

และอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยอย่างชัดเจนคือ ปัจจุบันเริ่มมีรายงานเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงานในอุตสาหกรรมเดียวกันเพิ่มขึ้นถึง 40% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงจนน่าตกใจและน่าวิตกกังวลอย่างยิ่ง

และหนึ่งในความจริง...วันนี้เราทุกคนยังคงพายเรืออยู่ท่ามกลางมรสุม และสิ่งที่จะช่วยให้เรายังคงแข็งแกร่งท่ามกลางพายุนี้ได้คือ การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันเรารักษาสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 0.70 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่มั่นคงมาก อีกทั้งเรายังมีสภาพคล่องทางการเงินที่เพียงพอ พร้อมด้วยโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย โดยเมื่อต้นปี เราได้ชำระคืนหุ้นกู้มูลค่า 3,000 ล้านบาท ตามกำหนด และในขณะเดียวกัน หุ้นกู้ใหม่มูลค่า 3,500 ล้านบาท ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม เรามีวงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้ (available credit line) จากสถาบันทางเงินที่ให้วงเงินแก่บริษัทฯ มากถึง 16,633 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามเป้าหมาย

โดยในปี 2568 นี้ เราพร้อมต่อยอดความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ด้วยกลยุทธ์ “สร้างที่สุด...ให้ชีวิตดีที่สุด” กับที่สุดของการเปิดตัวบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม มูลค่ามากสุดในอุตสาหกรรม 42 โครงการ มูลค่า 65,000 ล้านบาท

ตั้งเป้ายอดขาย 55,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ที่ 52,900 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG)

ในด้านการกำกับดูแลกิจการบริษัทฯ ได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ AA ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ เอพียังได้รับการประเมินในระดับ “Excellent” (5 ดาว) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตอกย้ำถึงความโปร่งใส การบริหารจัดการที่ดี และแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และพันธมิตรทางธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาโครงการ “หย่อมป่า” เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมือง เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอพีในการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เอพี ไทยแลนด์ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทของยุคสมัย เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและส่งมอบคุณค่าให้กับทุกภาคส่วนในระยะยาว

สุดท้ายนี้ ผมในนามของบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่าน ผู้ถือหุ้นและหุ้นกู้ รวมถึงพันธมิตรทุกท่านที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุนเอพีเป็นอย่างดีเสมอมา ตลอดจนสถาบันการเงินทุกแห่งที่ได้ให้ความไว้วางใจผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยังคงเชื่อมั่น และเติบโตไปร่วมกันกับเราดังเช่นที่ผ่านมาครับ