
ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งจากความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนในหลายมิติซึ่งปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับภาวะการเติบโตที่ถดถอยที่สุดกับอัตราการขยายตัวที่ต่ำถึง 2% ซึ่งต่ำที่สุดในอาเซียน และต่ำกว่าการคาดการณ์เบื้องต้นที่ 2.5%
ถึงแม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่เอพี ไทยแลนด์ เรายังสามารถรักษาความแข็งแกร่งและความต่อเนื่องของธุรกิจได้อย่างโดดเด่นโดยในปีที่ผ่านมาเราสร้างยอดขายสุทธิได้มากถึง 46,865 ล้านบาท และมีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ คอนโดมิเนียม (100% JV) และธุรกิจอื่นๆ สูงสุดในอุตสาหกรรมถึง 45,994 ล้านบาท พร้อมด้วยกำไรสุทธิ 4,316 ล้านบาท
ในนามผู้บริหารเอพี ไทยแลนด์ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พนักงาน คู่ค้า และที่จะขาดไม่ได้เลย คือ ขอบพระคุณลูกค้าทุกๆ ท่าน ที่ยังให้ความไว้วางใจบริษัท ทำให้เราสามารถที่จะผ่านพ้นปีที่แล้วไปได้อย่างดีครับ
ปี 2569 นี้ เราทุกคนยังคงต้องเผชิญกับความยากลำบาก ภาคธุรกิจต้องพร้อมตั้งรับ และมีความยืดหยุ่นมากพอ และที่สำคัญคือให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทางการเงิน ซึ่งวันนี้เรายังคงสามารถรักษาสัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Gearing Ratio) อยู่ที่ 0.64 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับที่มั่นคงมาก
อีกทั้ง เรายังมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีเยี่ยม เพียงพอต่อการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว รวมถึงศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหลากหลายช่องทาง ที่ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างเต็มศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นวงเงินสินเชื่อพร้อมเบิกใช้ (Bank Available Credit) ที่เรายังไม่เคยเบิกใช้ที่มากถึง 18,880 ล้านบาท เงินลงทุนจากพันธมิตรทางธุรกิจ มิตซูบิชิ เอสเตท ผ่านทุนจดทะเบียน บริษัทย่อยมูลค่า 12,619 ล้านบาท สำหรับการลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมในประเทศไทยร่วมกัน รายได้จากการขายและโอนอสังหาริมทรัพย์ (Cash Inflow) ที่กระจายไปในทุกเซกเมนต์กว่า 200 โครงการ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ที่จะทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เมื่อต้นปี เราได้ชำระคืนหุ้นกู้มูลค่า 3,000 ล้านบาท ตรงตามกำหนด ในขณะเดียวกัน หุ้นกู้ใหม่มูลค่า 3,500 ล้านบาท ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจน Oversubscription สะท้อนได้ถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีให้กับบริษัทเสมอมา และในช่วงครึ่งปีหลังนี้เราได้เตรียมเงินมูลค่า 3,500 ล้านบาท เพื่อจ่ายคืนสำหรับหุ้นกู้ชุดต่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มั่นใจไว้ว่าเรายังคงเป็นองค์กรที่แข็งแรงพร้อมเผชิญกับภาวะผันผวนได้อย่างมั่นคง
ทั้งนี้ หนึ่งในแผนการตั้งรับที่เป็นยุทธ์ศาสตร์สำคัญที่จะทำให้บริษัทฯ ยังคงดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดถึงแม้จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านตามช่วงเวลาคือ Succession Plan ในระดับผู้บริหารสูงสุด โดยเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบและอนุมัติแต่งตั้ง นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานฝ่ายบริหาร (President) เพื่อขับเคลื่อนและสานต่อให้ เอพี ไทยแลนด์ ครองความเป็นบริษัทอสังหาอันดับหนึ่งที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการภายใต้หลักธรรมาภิบาล โดยคุณรัชต์ชยุตม์เป็นผู้นำที่เติบโตมากับเอพี ไทยแลนด์ และอยู่ในอุตสาหกรรมมากกว่า 25 ปี เข้าใจทั้งโครงสร้างธุรกิจ วัฒนธรรมองค์กรและหัวใจของผู้คน พร้อมด้วยประสบการณ์การทำงานเชิงกลยุทธ์และมุมมองแบบมืออาชีพจากหลากหลายมิติซึ่งจะช่วยต่อยอดศักยภาพขององค์กรได้อย่างมีพลัง
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่การรีเซตหรือเริ่มต้นใหม่แต่อย่างใดแต่คือการ ต่อยอดจากรากฐานที่แข็งแรง ผสานประสบการณ์ความต่อเนื่อง และพลังความคิดจากทีมบริหารรุ่นใหม่ ซึ่งผมและคุณพิเชษฐ วิภวศุภกร ยังคงขับเคลื่อนเอพี ไทยแลนด์ ในฐานะ CEO นำพาเอพี ไทยแลนด์ ก้าวเข้าสู่บริบทใหม่ไปกับทีมบริหารรุ่นใหม่ สนับสนุนให้เอพี ไทยแลนด์ เติบโตอย่างมีคุณภาพ แข็งแรงทั้งในเชิงธุรกิจและความเชื่อมั่นจากสังคมภายใต้พันธกิจหลักในการส่งมอบชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ให้กับลูกค้าและสังคมต่อไป
ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณลูกค้า คู่ค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงานทุกคนที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตเสมอมา ความไว้วางใจของทุกท่านคือพลังสำคัญที่ทำให้เรายังคงยืนหยัด และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง