เพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ บริษัทจึงได้กำหนด “นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน และมาตรการที่เกี่ยวข้อง” เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัทและบริษัทในเครือ ทั้งนี้ ทุกคนต้องปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว รวมถึงแนวปฏิบัติเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น
การทุจริต (Fraud) หมายถึง การกระทำโดยเจตนา เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ สำหรับตนเอง หรือพวกพ้อง (คนในครอบครัว ญาติ บุคคลใกล้ชิด ฯลฯ) ทั้งนี้ การทุจริตแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การคอร์รัปชัน การยักยอก การฉ้อโกงทางบัญชี
การคอร์รัปชั่น (Corruption) หมายถึง การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ที่ไม่ควรได้ รวมถึงการให้ หรือรับสินบนในทุกรูปแบบ โดยการเสนอ สัญญา ให้คำมั่น เรียกร้อง หรือรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่ถูกต้อง แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน หรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อให้บุคคลดังกล่าวกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือเพื่อให้ได้มาหรือรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ทางธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง
การให้สินบน (Bribery) หมายถึง การให้หรือรับ เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เช่น เงินสด ของขวัญ หรือสิ่งของที่มีมูลค่า เป็นต้น เพื่อโน้มน้าวหรือแลกเปลี่ยนกับการตัดสินใจหรือพฤติกรรมที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้ให้สินบนโดยมิชอบ
การบริจาคเพื่อการกุศล (Charity Contribution) หมายถึง การให้หรือรับ เงิน ทรัพย์สิน กับบุคคล หรือนิติบุคคล โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนทางธุรกิจ หรือผลประโยชน์ส่วนตัว
การสนับสนุน (Sponsorships) หมายถึง การให้เงิน หรือทรัพย์สิน แก่บุคคล องค์กร หรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อมุ่งประโยชน์ทางการตลาด โดยไม่มีวัตถุประสงค์แอบแฝง หรือหวังผลตอบแทน หรือมุ่งสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ
การช่วยเหลือทางการเมือง (Political Contributions) หมายถึง การช่วยเหลือทางการเงิน หรือรูปแบบอื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง พรรคการเมือง นักการเมือง หรือผู้มีบทบาททางการเมือง โดยหวังว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ สิทธิพิเศษ หรือความได้เปรียบทางธุรกิจ
การจ่ายค่าอำนวยความสะดวก (Facilitation Payments) หมายถึง การให้ค่าใช้จ่ายจำนวนเล็กน้อยที่จ่ายแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างไม่เป็นทางการ และเป็นการให้เพื่อให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐจะดำเนินการตามกระบวนการ หรือเป็นการกระตุ้นให้ดำเนินการรวดเร็วขึ้น โดยกระบวนการนั้นไม่ต้องอาศัยดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ และเป็นการกระทำอันชอบด้วยหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้น รวมทั้งเป็นสิทธิที่นิติบุคคลพึงจะได้ตามกฎหมายอยู่แล้ว เช่น การขอใบอนุญาต การขอหนังสือรับรอง และการได้รับการบริการสาธารณะ เป็นต้น
การขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) หมายถึง สถานการณ์ที่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือบุคลากรของบริษัทมีผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจหรือการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่งผลให้ประโยชน์ขององค์กรหรือส่วนรวมได้รับผลกระทบ
การจ้างพนักงานรัฐ (Revolving Door) หมายถึง การที่มีบุคคลจากภาครัฐเข้าไปทำงานในภาคเอกชน หรือ บุคคลในภาคเอกชนเข้ามาทำงานด้านนโยบายในภาครัฐ ทำให้เกิดความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชัน ในแง่ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของตัวบุคคลที่มีบทบาทหน้าที่ในทั้งสององค์กร โดยทำให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรรัฐทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างไม่เป็นกลาง หรือบุคลากรในภาคเอกชนพยายามผลักดันให้นโยบายรัฐ เอื้อประโยชน์แก่องค์กรของตน
เจ้าหน้าที่รัฐ/พนักงานรัฐ หมายถึง การที่บุคคลผู้เป็นหรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ/นักการเมือง/ที่ปรึกษาของหน่วยงานรัฐ และได้เข้ามาทำงานให้กับบริษัทเอกชน และอาจอาศัยความสัมพันธ์หรือข้อมูลภายในไปเอื้อประโยชน์แก่บริษัทเอกชนหรือก่อให้เกิดภาวะความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรกำกับดูแลธุรกิจกับบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล โดยผลของการกระทำนั้นมุ่งหวังให้เกิดความได้เปรียบทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือ การกำหนดนโยบายเอื้อประโยชน์เอกชนที่อดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้นทำงานให้
ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นใด (Gifts) หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่มีมูลค่าทางการเงิน หรือสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นสินค้าหรือบริการต่าง ๆ เช่น เงินสด บัตรกำนัล การเลี้ยงรับรอง การเดินทาง เป็นต้น
การเลี้ยงรับรอง / การบริการต้อนรับ (Entertainment & Hospitality) หมายถึง การเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม บริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการเลี้ยงรับรอง ที่พึงจ่ายเพื่อเป็นการรับรอง ต้อนรับแก่บุคคล และคณะบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยไม่หวังผลตอบแทน หรือก่อให้เกิดความได้เปรียบทางธุรกิจ
ขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น หรือธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า หมายถึง เทศกาลหรือวันสำคัญของแต่ละท้องถิ่นซึ่งอาจมีการให้ของขวัญ รวมถึงโอกาสในการแสดงความยินดี การแสดงความขอบคุณ การต้อนรับ การแสดงความเสียใจ หรือการให้ความช่วยเหลือตามมารยาทที่ถือปฏิบัติกันในสังคม
บริษัท หมายถึง บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
บริษัทในเครือ หมายถึง บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
กรรมการ หมายถึง กรรมการบริษัท
ผู้บริหาร หมายถึง ผู้บริหารของบริษัท ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการขึ้นไป
พนักงาน หมายถึง พนักงานประจำ พนักงานรายวัน พนักงานตามสัญญาจ้าง ซึ่งได้รับค่าจ้างจากบริษัท
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท และบริษัทในเครือ ต้องไม่เรียกร้อง ดำเนินการ หรือยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบทั้งทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าจะด้วยการเสนอให้ (Offering) การให้คำมั่นสัญญา (Promising) การเรียกร้อง (Soliciting) การร้องขอ (Demanding) การให้หรือรับสินบน (Giving Accepting Bribes) หรือมีพฤติกรรมใดที่ส่อไปในทางทุจริตหรือคอร์รัปชัน
- คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน ติดตามผลการปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรในการต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรมีการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
- คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่สอบทานระบบการควบคุมภายใน รายงานทางการเงินและบัญชี การตรวจสอบภายใน ระบบการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่ามีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และมีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษา และติดตามให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีหน้าที่และรับผิดชอบในการกำกับดูแลให้มีนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน ที่มีความเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ สภาพแวดล้อม วัฒนธรรมองค์กร และพิจารณาผลประเมินความเสี่ยงเกี่ยวกับคอร์รัปชัน รวมถึงแผนการบริหารความเสี่ยงคอร์รัปชันให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
- ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหาร มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งเสริม สนับสนุนให้พนักงานปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงจัดให้มีระบบงานและมาตรการต่าง ๆ ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน
- ฝ่ายตรวจสอบภายใน มีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานตามนโยบายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงจากการทุจริตคอร์รัปชัน และนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบการควบคุมภายในขององค์กรมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับนโยบายและมาตรการที่กำหนด
- พนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน รายงานเหตุการณ์ที่น่าสงสัย หรือพฤติกรรมที่อาจเป็นการคอร์รัปชัน ของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารและพนักงาน ตลอดจนบุคคคภายนอก เช่น คู่ค้า ลูกค้า และผู้เกี่ยวข้อง ฯลฯ ตามกระบวนการที่บริษัทกำหนด
- กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน โดยไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับการคอร์รัปชันทั้งทางตรงและทางอ้อม
- กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องไม่ละเลย หรือเพิกเฉยต่อการทุจริตคอร์รัปชัน หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการคอร์รัปชันที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท โดยต้องแจ้งผู้บังคับบัญชา หรือตามช่องทางที่บริษัทกำหนด และให้ความร่วมมือในกาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งรวมถึงเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- บริษัทจัดให้มีขั้นตอนการปฏิบัติงาน และระเบียบปฏิบัติที่สำคัญ เพื่อให้พนักงานยึดถือปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังต่อไปนี้
- บริษัทมีขั้นตอน และระเบียบการเบิกจ่ายเงินที่รัดกุม โดยกำหนดวงเงินตารางอำนาจอนุมัติ ระบุวัตถุประสงค์ และผู้รับต้องมีเอกสาร หลักฐานประกอบอย่างถูกต้องและชัดเจน
- บริษัทมีกระบวนการปฏิบัติงานในการขายและการตลาด โดยมีการควบคุมและลดความเสี่ยงที่สำคัญ รวมทั้งมีการตรวจสอบและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
- บริษัทมีกระบวนการปฏิบัติงานในการบริหารงานจัดซื้อ เช่น การประมูล การจัดทำสัญญา การคัดเลือกคู่ค้าที่เหมาะสม มีการประเมินความเสี่ยงศักยภาพของคู่ค้า เพื่อให้บริษัท ได้รับประโยชน์สูงสุด โดยมีความสอดคล้องกับระเบียบจัดซื้อของบริษัท
- บริษัทมีกระบวนการปฏิบัติงานในการบริหารทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่กระบวนการสรรหา หรือการคัดเลือกบุคลากร การเลื่อนตำแหน่ง การฝึกอบรม การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน การจ่ายผลตอบแทน และการลงโทษพนักงาน รวมถึงการคุ้มครองพนักงานที่ปฏิเสธการคอร์รัปชัน แม้ว่าการกระทำนั้นจะทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ โดยการไม่ลดตำแหน่ง ลงโทษ หรือให้ผลทางลบต่อพนักงานที่ปฏิเสธการคอร์รัปชัน
- บริษัทกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับสื่อสารนโยบาย และมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันให้กับพนักงาน เพื่อให้กิจกรรมทางธุรกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงดูแลติดตามการนำมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันไปปฏิบัติ
- บริษัทส่งเสริมให้พนักงานยึดถือนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เป็นส่วนหนึ่งของวินัย ข้อบังคับในการปฏิบัติงาน หากผู้ใดละเลย ละเว้น และมีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าเป็นการกระทำผิดวินัย และจะพิจารณาโทษตามระเบียบบริษัท และอาจได้รับโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้บริษัทมีนโยบายที่จะไม่ลดตำแหน่ง หรือลงโทษพนักงานที่แจ้งเบาะแส หรือพบเห็นการทุจริตคอร์รัปชัน
- บริษัทมีการตรวจสอบรายการที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดคอร์รัปชัน และมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นแผนการตรวจสอบประจำปี เพื่อให้แน่ใจว่ามาตรการต่าง ๆ มีประสิทธิผล และสอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจเปลี่ยนแปลงไป
- บริษัทจัดให้มีการจัดเก็บเอกสารและบันทึกต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของรายการทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจว่าทุกรายการได้รับการบันทึกอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ป้องกันไม่ให้มีรายการที่ไม่สามารถอธิบายได้หรือเป็นเท็จ
- แนวปฏิบัติเรื่องการรับ/การให้ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นใด การเลี้ยงรับรองและการบริการต้อนรับ (Gift and Hospitality)
บริษัทตระหนักดีว่าความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น บริษัทจึงกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการรับและให้ของขวัญหรือผลประโยชน์อื่นใด รวมถึงการเลี้ยงรับรองและการบริการต้อนรับไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติอย่างเหมาะสมและโปร่งใส (ประกาศ เลขที่ AP-IARM-078/2565) โดยมีแนวปฏิบัติ โดยสรุป ดังนี้
การรับของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นใด การเลี้ยงรับรอง และการบริการต้อนรับ- กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานต้องไม่รับหรือเรียกรับของขวัญ ผลประโยชน์ หรือการบริการต้อนรับจากลูกค้า คู่ค้า หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี หากอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นกลางในการตัดสินใจ นำไปสู่ความลำเอียง ความลำบากใจ หรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นอกจากนี้ ห้ามมอบหมายให้บุคคลอื่นรับสินบนแทนตนเองโดยเด็ดขาด
- การรับของขวัญ ผลประโยชน์ หรือการบริการต้อนรับในโอกาสหรือเทศกาลที่เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีของท้องถิ่น หรือธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า ตลอดจนกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลหรือองค์กร สามารถดำเนินการได้ โดยต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาทต่อครั้ง
- กรณีที่ไม่อาจปฏิเสธการรับได้ หรือมีความจำเป็นต้องรับของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นใด ผู้รับของขวัญ ของกำนัล หรือผลประโยชน์อื่นใดต้องจัดทำ ”แบบรายงานการรับของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดของพนักงานที่มีมูลค่ามากกว่า 3,000 บาท” ภายใน 7 วัน ต่อผู้บริหารระดับ C-Level เมื่อผู้บริหารระดับ C-Level ได้รับแบบรายงานฯ ให้พิจารณาจัดสรรอย่างเป็นธรรมในสายงาน หรือนำส่งของขวัญฯ เข้าส่วนกลางของบริษัทฯ ที่ฝ่าย HR Service
- กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานต้องไม่ให้ของขวัญ ผลประโยชน์ การเลี้ยงรับรอง หรือการบริการต้อนรับ รวมถึงไม่มอบหมายให้ผู้อื่นดำเนินการแทน อันเป็นการให้สินบนหรือเป็นการตอบแทนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยมิชอบ
- การให้ของขวัญ ผลประโยชน์ การเลี้ยงรับรอง หรือการบริการต้อนรับในโอกาสเทศกาลตามขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น หรือธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้า สามารถดำเนินการได้ โดยต้องไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือขัดต่อกฎหมาย ทั้งนี้ ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท และต้องได้รับการอนุมัติตามอำนาจดำเนินการที่บริษัทกำหนด
สำหรับนโยบาย และแนวปฏิบัติการรับ/ การให้ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นใด และการเลี้ยงรับรอง บริการต้อนรับ โดยละเอียด สามารถศึกษาได้เพิ่มเติมจากประกาศ เลขที่ AP-IARM-048/2568
- แนวปฏิบัติการบริจาค หรือ การให้ความสนับสนุน (Donations or Sponsorship)
บริษัทมีนโยบายดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดจนคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นเงินสนับสนุน ( Sponsorship) ที่บริษัทเป็นผู้ให้การสนับสนุนนั้นต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจ ตราสินค้า ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า หรือชื่อเสียงของบริษัท และไม่มีวัตถุประสงค์แอบแฝง หรือเป็นสิ่งบังหน้าอันก่อให้เกิดความได้เปรียบผู้อื่น ในขณะที่หากเป็นการบริจาค (Donations) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคม หรือตอบแทนสังคม เช่น การบริจาคเพื่อการศึกษา ทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม โรงพยาบาล ฯลฯ โดยมิได้มุ่งหวังผลทางธุรกิจเป็นการตอบแทน มีแนวปฏิบัติ ดังนี้
- การบริจาค หรือการให้ความสนับสนุนต้องมีถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดี และไม่เป็นการกระทำใดๆ ที่จะมีผลเสียหายต่อสังคมส่วนรวม ทั้งนี้ รวมถึงการไม่นำไปใช้เพื่อเป็นข้ออ้างในการให้สินบน
- การบริจาค หรือการให้ความสนับสนุน ต้องขออนุมัติตามอำนาจดำเนินการที่บริษัทกำหนด โดยระบุองค์กรที่รับมอบ วัตถุประสงค์ วันที่ และมูลค่าที่มอบให้ รวมทั้งแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่รับบริจาค หรือรับการสนับสนุน
- การบริจาค หรือการให้ความสนับสนุน ต้องมีหลักฐานการรับ หรือใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับเงินอื่น ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้รับ เช่น หนังสือขอบคุณ ใบอนุโมทนา ภาพถ่ายกิจกรรม เป็นต้น เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้
- แนวปฏิบัติการช่วยเหลือหรือสนับสนุนทางการเมือง (Political Contribution)
บริษัทมีนโยบายวางตัวเป็นกลางทางการเมือง โดยไม่สนับสนุนหรือฝักใฝ่พรรคการเมืองใด รวมถึงไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินหรือในรูปแบบอื่นแก่พรรคการเมือง กลุ่มแนวร่วมทางการเมือง ผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค หรือระดับประเทศ
บริษัทให้ความเคารพในสิทธิทางการเมืองของพนักงานในฐานะพลเมืองที่ดีตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นการลงคะแนนเลือกตั้งหรือการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง สนับสนุนให้พนักงานทุกคนมีสิทธิ และเสรีภาพทางการเมืองภายใต้กฎหมาย ทั้งนี้ พนักงานต้องตระหนักว่าการกระทำการใด ๆ ของพนักงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ต้องไม่ส่งผลเสียหายต่อบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงไม่นำทรัพยากรของบริษัทไปใช้ดำเนินการในกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการนำไปสู่การให้สินบน โดยกำหนดแนวปฏิบัติ ดังนี้
- พนักงานทุกคนสามารถใช้สิทธิทางการเมืองในนามตนเองด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเป็นการกระทำในนามของบริษัท
- หากจะเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ไม่ควรกระทำการใด ๆ หรือละเว้นการกระทำใด ๆ ที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าบริษัท ฝักใฝ่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือให้การสนับสนุนการดำเนินการทางการเมือง กลุ่มแนวร่วมทางการเมือง ผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทางการเมือง
- พนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง ต้องไม่แต่งกายด้วยเครื่องแบบบริษัท หรือใช้สัญลักษณ์ใด ๆ หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าบริษัทฝักใฝ่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรือให้ การสนับสนุนการดำเนินการทางการเมือง กลุ่มแนวร่วมทางการเมือง ผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทางการเมือง
- แนวปฏิบัติการป้องกันการขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest)
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นไปตามจรรยาบรรณบริษัท ส่งเสริมให้พนักงานมีคุณธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ บริษัทจึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
- กรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานที่จะเข้ารับตำแหน่งกรรมการหรือที่ปรึกษาในบริษัท องค์กร หรือสมาคมทางธุรกิจที่มีลักษณะธุรกิจเดียวกับบริษัทต้องแจ้งให้คณะกรรมการรับทราบก่อน
- กรรมการต้องแจ้งเหตุแห่งความขัดแย้งของผลประโยชน์และรายละเอียดให้ประธานกรรมการทราบทันที และควรงดเว้นจากการร่วมอภิปราย แสดงความเห็น หรือลงคะแนนเสียงในระเบียบวาระที่ตนเองมีความเกี่ยวข้อง หรือแสดงเจตนาที่จะไม่มีส่วนร่วมกับการตัดสินใจในเรื่องนั้น
- เพื่อให้บริษัทมีการดำเนินงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ บริษัทควรเปิดเผยข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้สาธารณชนทราบ การทำรายงานที่เกี่ยวโยงกัน รวมถึงกรรมการและผู้บริหารจะต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย และควรมีการจัดเก็บรายงานการประชุมให้ครบถ้วน ถูกต้อง และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
- ในกรณีที่มีการควบรวม ได้มา หรือซื้อกิจการ คณะกรรมการควรจัดตั้งหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระ เพื่อตรวจสอบความยุติธรรมของมูลค่าการดำเนินงาน และความโปร่งใสในกระบวนการดังกล่าว
- พนักงาน รวมทั้งบุคคลในครอบครัวของพนักงานจะต้องแจ้งให้กรรมการผู้จัดการ หรือ ผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคลทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในกิจการใด ๆ ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม ที่อาจจะเกิดความขัดแย้งต่อผลประโยชน์ของบริษัท
- แนวทางปฏิบัติการจ่ายค่าอำนวยความสะดวก (Facilitation Payment)
บริษัทไม่มีนโยบายจ่ายค่าอำนวยความสะดวกทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยจะไม่ดำเนินการ และไม่ยอมรับการกระทำใดๆ เพื่อแลกกับการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ
- แนวปฏิบัติการจ้างเจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานรัฐ (Revolving Door)
บริษัทไม่มีนโยบายการจ้างงานเจ้าหน้าที่รัฐ/พนักงานรัฐ ที่ยังดำรงตำแหน่งในหน่วยงานภาครัฐ เข้าทำงานที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือเป็นการตอบแทนเพื่อแลกกับการเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน แต่หากเห็นว่ามีความจำเป็นต้องว่าจ้างอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ/พนักงานรัฐ บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
- บริษัทกำหนดระยะเวลาเว้นวรรค (cooling-off period) เจ้าหน้าที่รัฐหรือพนักงานรัฐ ต้องพ้นจากตำแหน่งมาแล้ว 2 ปีหรือระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดเฉพาะกาล
- บริษัทฯ มีกระบวนการตรวจสอบประวัติผู้สมัครว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานรัฐหรือไม่ ซึ่งกำหนดเป็นหนึ่งเงื่อนไขในกระบวนการสรรหาบุคลากร โดยเฉพาะผู้บริหารขึ้นไป เพื่อระบุสิ่งที่อาจจะเป็นประเด็นที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- กำหนดให้มีการเปิดเผยรายนาม และประวัติบุคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือพนักงานของรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง กรรมการ หรือที่ปรึกษา โดยระบุเหตุผลของการแต่งตั้งบุคคลนั้นในรายงานประจำปีของบริษัท
- บริษัทส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับรับทราบและเข้าใจนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพนักงานที่ปฏิบัติงานในส่วนที่มีความเสี่ยงสูง ผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงหลักสูตรปฐมนิเทศ การสัมมนาออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบอินทราเน็ต อีเมลภายในองค์กร และประกาศประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรทุกคนสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
- บริษัทเผยแพร่นโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน รวมถึงแนวทางการแจ้งเบาะแส ไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์บริษัท รายงานประจำปี และอื่นๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับทราบและตระหนักถึงแนวปฏิบัติที่ชัดเจน
- หากบุคลากรมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายและมาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน สามารถติดต่อสอบถามผู้บังคับบัญชา เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ หรือหน่วยงาน Compliance เพื่อขอคำแนะนำและความเข้าใจที่ถูกต้อง
บริษัทได้กำหนดช่องทางการแจ้งเบาะแส พร้อมแนวปฏิบัติและมาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เกี่ยวข้องว่ากระบวนการดำเนินการเป็นไปอย่างยุติธรรม ตามนโยบายการแจ้งเบาะแส (Whistleblower Policy) โดยมีช่องทางในการแจ้งเบาะแส ดังนี้
| อีเมล์ | kosol.boardap@gmail.com หรือ whistleblowing@apthai.com |
| ไปรษณีย์ | ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) เลขที่ 170/57 อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์1 ชั้น 17 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ คลองเตย กรุงเทพฯ 10110 |
| เว็ปไซต์ | www.apthai.com |
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแจ้งเบาะแส สามารถขอคำแนะนำหรือปรึกษาจากผู้บังคับบัญชา หรือฝ่ายตรวจสอบภายใน หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคล