จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจ
(Code of Conduct for Business Partners)
บริษัทเอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย

บริษัทเอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (AP) ยึดถือหลักการการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส สุจริต ถูกต้องตามกฏหมาย ตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

เพื่อให้ความตั้งใจดังกล่าวบรรลุผลสำเร็จที่มุ่งหวัง การผสานความมีส่วนร่วมของคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และมีจริยธรรม ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เพื่อให้บริษัทและคู่ค้าเติบโตร่วมกัน และขยายผลการพัฒนาไปสู่สังคมได้ต่อไป

บริษัทได้จัดทำและเผยแพร่จรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจฉบับนี้ โดยมุ่งหวังให้คู่ค้าธุรกิจของบริษัททุกรายมีแนวทางการปฏิบัติที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมเป็นไปตามกฏหมาย คำนึงถึงแนวทางการปฏิบัติต่อแรงงานตามหลักสิทธิมนุษยชน และให้ความใส่ใจในการดูแลความปลอดภัยและการจัดการอาชีวอนามัยที่ดี ตลอดจนการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและสังคม

แนวปฏิบัติ

1. จริยธรรมทางธุรกิจ

  1. 1.1. การประกอบธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์
    • คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในความถูกต้อง สุจริต ซื่อตรง โปร่งใส และปฏิบัติตามกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
    • คู่ค้าต้องเปิดเผยข้อมูลตามที่กฏหมายกำหนดอย่างถูกต้องและครบถ้วน และพร้อมรับการตรวจสอบจากทั้งบริษัทหรือหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต
  2. 1.2. การสนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • คู่ค้าต้องปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้าภายใต้กรอบกติกาการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
    • คู่ค้าต้องไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งด้วยวิธีการไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม
    • คู่ค้าต้องไม่กำหนดราคาหรือสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม
  3. 1.3. การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น
    • คู่ค้าต้องไม่เข้าเกี่ยวข้องกับการติดสินบนที่เป็นตัวเงินหรือไม่เป็นตัวเงิน เพื่อผลประโยชน์ของคู่ค้า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง
    • คู่ค้าต้องไม่เรียกร้อง รับหรือให้หรือรับว่าจะให้ซึ่งของขวัญ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  4. 1.4. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    • คู่ค้าต้องไม่แสดงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากความสัมพันธ์อันใดกับ กรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัท
    • คู่ค้าต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหรือเอื้อประโยชน์แก่บุคคลใกล้ชิด จากตำแหน่ง หน้าที่ และโอกาสต่างๆ จากการปฏิบัติงานร่วมกับบริษัท
  5. 1.5. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
    • คู่ค้าต้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้า รวมถึงไม่นำข้อมูลของลูกค้ามาใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่นใด
  6. 1.6. การเคารพทรัพย์สินทางปัญญา
    • คู่ค้าต้องไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

2. แรงงานและสิทธิมนุษยชน

  1. 2.1. การปฏิบัติตามกฏหมายแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชน
    • คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ ทั้งการทำร้ายร่างกาย การบังคับขู่เข็ญ การกักขัง การค้ามนุษย์ รวมถึงการละเมิดและใช้ความรุนแรงใดๆ
    • คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานเด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฏหมายกำหนด
    • คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการจ้างแรงงานที่ผิดกฏหมาย หากเป็นแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานอพยพต้องดำเนินการขออนุญาตและลงทะเบียนการว่าจ้างต่อพนักงานภาครัฐให้ถูกต้องตามกฏหมายกำหนด
  2. 2.2. การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเท่าเทียม
    • คู่ค้าต้องเสริมสร้างจิตสำนึกเรื่องสิทธิมนุษยชน ปราศจากการเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากความแตกต่างด้านเชื้อชาติ สัญชาติ เพศ เพศสภาพ อายุ สีผิว ศาสนา ถิ่นกำเนิด สถานะการสมรส สภาพร่างกาย การแสดงออกทางความคิดต่าง หรือสถานะทางสังคม
  3. 2.3. สภาพแวดล้อมในการทำงาน
    • คู่ค้าต้องไม่บังคับให้พนักงานทำงานเกินกว่าระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด
    • คู่ค้าต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับสิทธิ์วันลาหยุดตามที่กฏหมายกำหนด
    • คู่ค้าต้องจ่ายค่าจ้างและผลประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้รับอย่างยุติธรรม และสอดคล้องกับกฏหมาย โดยเฉพาะค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างล่วงเวลา
    • คู่ค้าต้องไม่ยกเลิกสัญญาจ้างโดยปราศจากเหตุผลที่เป็นธรรม กรณีเลิกจ้างต้องดำเนินการตามขั้นตอนตามที่กฏหมายกำหนดเท่านั้น

3. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

  1. 3.1. คู่ค้าต้องดูแลสถานที่ทำงานให้มีสภาพแวดล้อม ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ดีสำหรับพนักงาน และจะต้องมีการกำหนดมาตรการ กฏระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เพื่อขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยป้องกันหรือลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
  2. 3.2. คู่ค้าต้องมีการกำหนดมาตรการหรือแผนงานรองรับอุบัติเหตุ และสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. 3.3. คู่ค้าต้องมีการจัดฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานและลูกจ้างของคู่ค้า ในการรักษาความปลอดภัย และการปฏิบัติตามมาตรการหรือแผนการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในกรณีประสบอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่ปกติต่างๆ

4. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

  1. 4.1. คู่ค้าต้องปฏิบัติตามกฏหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
  2. 4.2. คู่ค้าต้องมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากกระบวนการผลิต การจัดเก็บ การขนส่งและการทำลาย โดยครอบคลุมตลอดวัฏจักรชีวิตของสินค้าและบริการ
  3. 4.3. คู่ค้าต้องหลีกเลี่ยงการใช้วัตถุดิบ และสารเคมีที่มีอันตรายหรือถูกจำกัดการใช้ในเชิงกฏหมาย ทั้งนี้หากกระบวนการผลิตจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบและสารเคมีที่มีอันตราย คู่ค้าจะต้องมีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบตามที่ระบุในข้อ 4.2
  4. 4.4. คู่ค้าต้องมีการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่พนักงาน และผู้รับเหมาช่วง

5. ความต่อเนื่องทางธุรกิจ

  1. 5.1. คู่ค้าต้องมีการประเมินความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน กิจกรรมการผลิต รวมถึงความเสี่ยงใดๆ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการผลิตและส่งมอบสินค้าและบริการ เพื่อสร้างเข้าใจและวางมาตรการรองรับที่เหมาะสมกับสถานการณ์
  2. 5.2. คู่ค้าต้องรายงานให้ทางบริษัทรับทราบ กรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในดำเนินธุรกิจของบริษัท

6. ความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน

  1. 6.1. คู่ค้าต้องส่งเสริมคู่ค้า หรือผูรับเหมาช่วงของตนให้ปฏิบัติตามหลักการที่กำหนดไว้ในหลักจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจฉบับนี้ เสมือนเป็นมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน