นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี อันเป็นปัจจัย หลักในการเสริมสร้างให้องค์กรมีระบบที่มีประสิทธิภาพ และเป็นพื้นฐาน ของการเติบโตอย่างยั่งยืน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและบริหาร ความเสี่ยงจึงได้ร่างนโยบายการกำกับดูแลกิจการ เสนอต่อคณะกรรมการ บริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ และได้มีการทบทวนปรับปรุงนโยบายครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานและ การปฏิบัติการด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทให้สอดคล้องกับ หลักเกณฑ์ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ASEAN CG Scorecard) สำหรับนโยบายการกำกับดูแลกิจการได้แสดงไว้ในเว็บไซต์ ของบริษัท http://investor.apthai.com/th/good-governance/good-governance

รายงานการปฏิบัติตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดี สําหรับปี 2562

การนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 ไปปรับใช้

ในปี 2562 คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง มีการ พิจารณาและทบทวนการนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัท จดทะเบียนปี 2560 ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบททางธุรกิจเป็นประจำ ทุกไตรมาส และนำเสนอเพื่อให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาทบทวน ปีละ 1 ครั้ง สำหรับหลักปฏิบัติข้อที่ยังไม่ได้นำไปปรับใช้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีการบันทึกรายละเอียดพร้อมเหตุผลไว้แล้ว อีกทั้งยังมีแผนพัฒนา และติดตามดูแลให้มีการดำเนินการต่อ โดยจัดลำดับตามความสำคัญ ของเรื่องนั้นๆ นอกจากนี้บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัท จดทะเบียนตามแนวทางที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดใน 5 หมวด

ผู้ถือหุ้นเปรียบเสมือนเจ้าของบริษัท มีสิทธิและเสียงที่จะร่วมกำหนดทิศทาง การดำเนินงานของบริษัทตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด บริษัทจึงมุ่งเน้น ที่จะสร้างประโยชน์ที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ โดยมุ่งให้ผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิ การกํากับดูแลกิจการ และใช้สิทธิบนหลักการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เช่น การซื้อขายหรือโอนหุ้น การได้รับเงินปันผล การได้รับข้อมูลข่าวสารของบริษัทอย่างครบถ้วน รวดเร็วและเพียงพอ โดยได้จัดให้มีส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์และเลขานุการ บริษัท เพื่อตอบข้อสงสัยต่างๆ แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านช่องทางติดต่อต่างๆ ทั้งโทรศัพท์ อีเมล และไปรษณีย์ รวมถึงการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิ ออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อรับทราบและตัดสินใจในวาระสำคัญ เช่น การจ่ายเงินปันผล การแต่งตั้งและการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ รวมถึงการแก้ไขข้อบังคับของบริษัท เป็นต้น

  • การประชุมผู้ถือหุ้น

    บริษัทได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ขึ้น เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นระยะเวลาภายในไม่เกิน 4 เดือน นับแต่ วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดโดยมีการดำเนินการ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นตามกฎหมายและ นโยบายการกำกับดูแลกิจการ รายละเอียด ดังนี้

    ก่อนการประชุม

    1. เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เพียงพอ และมีระยะเวลา อันสมควรแก่การพิจารณาระเบียบวาระการประชุม บริษัทได้มีการ เผยแพร่หนังสือบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนการประชุม ผ่านทางช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการแจ้งข่าวผ่าน ตลาดหลักทรัพย์และทางเว็บไซต์ของบริษัท (http://investor.apthai.com/th/shareholder-info/document/shareholders -meeting?year=2019 ) เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนสามารถ เข้าถึงได้โดยง่าย อีกทั้ง บริษัทได้มอบหมายให้ บริษัท ศูนย์รับ ฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ จัดส่งหนังสือเชิญประชุมไปยังผู้ถือหุ้นพร้อมทั้งรายงานประจำปี (ในรูปแบบ QR code) เมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็น เวลามากกว่า 14 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น สำหรับผู้ถือหุ้นที่ต้องการ รับรายงานประจำปีแบบรูปเล่มทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถแจ้งความประสงค์มายังบริษัท เพื่อดำเนินการจัดส่งให้เพิ่ม เติมได้อีกด้วย ทั้งนี้ข้อมูลในหนังสือเชิญประชุม ประกอบด้วยวัน เวลา สถานที่ประชุม พร้อมทั้งรายละเอียดวาระการประชุมข้อเท็จจริง เหตุผลและความเห็นของคณะกรรมการในแต่ละวาระเพื่อประกอบ การตัดสินใจ นอกจากนี้บริษัทยังมีการลงประกาศทางหนังสือพิมพ์ เป็นระยะเวลา 3 วันติดต่อกันล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 9-11 เมษายน พ.ศ. 2562 อันเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 วันก่อนการประชุม ซึ่งเป็น ไปตามข้อบังคับของกฎหมาย

    2. บริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มใช้สิทธิเข้าร่วมประชุมอย่าง เท่าเทียมกัน ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และนักลงทุน สถาบัน โดยการส่งหนังสือมอบฉันทะ ไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม พร้อมทั้งเสนอชื่อกรรมการอิสระ 2 ท่าน ได้แก่ 1. นายนนท์จิตร ตุลยานนท์ 2. นายโกศล สุริยาพร เพื่อเป็นทางเลือกในการมอบฉันทะ ของผู้ถือหุ้น

    3. บริษัทได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วม ประชุมและใช้สิทธิออกเสียงอย่างเต็มที่ ด้วยการกำหนดวัน เวลาประชุม ในวันที่ไม่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกทั้งสถานที่ในการจัดประชุม ผู้ถือหุ้น ก็ต้องสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกซึ่งการประชุมสามัญ ผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ได้จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 14.30 น. ณ ห้อง เลอ แกรนด์ บอลรูม โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท เลขที่ 189 ถนนสุขุมวิท ซอย 13-15 แขวงคลองตัน เหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 นอกจากนี้ บริษัทยังจัด เจ้าหน้าที่สำหรับอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ตรวจสอบ เอกสารและจัดจุดลงทะเบียนแยกตามประเภทของผู้ที่มาเข้าร่วม ประชุม คือ ผู้ถือหุ้นที่มาด้วยตนเอง ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และผู้ถือหุ้นที่เป็นบริษัทจัดการกองทุนหรือคัสโตเดียน

    4. บริษัทได้ส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีมาใช้กับการประชุมผู้ถือหุ้น โดยมอบหมายให้ บริษัท อินเวนท์เทค ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำระบบสแกนบาร์โค้ดมาใช้สำหรับลงทะเบียน พร้อมทั้งจัดทำ บัตรลงคะแนนที่มีบาร์โค้ดปรากฏอยู่ โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอย ดูแลเพื่อให้การลงทะเบียนและนับคะแนนเป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำ

  • การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น

    1. กรรมการและผู้บริหารของบริษัทเข้าร่วมประชุมเพื่อร่วมชี้แจงและ ตอบคำถามต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้มีการแนะนำกรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ตัวแทนคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดต่อ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนเริ่มการประชุม

    2. บริษัทจัดให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียงอย่างโปร่งใสและให้ใช้สิทธิ ออกเสียงในแต่ละวาระแยกออกจากกัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้ สิทธิในแต่ละเรื่องได้อย่างเป็นอิสระ

    3. ประธานในที่ประชุมเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็น ซักถาม และเสนอแนะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมหรือเกี่ยวข้อง กับบริษัทอย่างเท่าเทียมกัน และกรรมการได้ตอบคำถามของผู้ถือหุ้น ในประเด็นสำคัญอย่างครบถ้วน โดยมีเลขานุการบริษัททำหน้าที่ จดบันทึกรายงานการประชุมและการออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระ

    4. บริษัทได้ตรวจนับคะแนนและเปิดเผยผลการลงคะแนนในแต่ละ วาระในที่ประชุมผู้ถือหุ้นอย่างโปร่งใส โดยระบุคะแนนของผู้ถือหุ้นที่ “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง” โดยในปี 2562 ไม่มี ผู้ถือหุ้นโต้แย้งผลการตรวจนับคะแนนดังกล่าว

  • การจัดทำรายงานการประชุมและการเปิดเผยมติการประชุมผู้ถือหุ้น

    1. บริษัทแจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 บริษัทได้แจ้งมติ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2562 โดยแยกเป็นคะแนนที่ “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง”

    2. บริษัทจัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่มีการบันทึกข้อมูลสำคัญ ครบถ้วน ได้แก่ วัน เวลาเริ่ม-เลิกประชุม รายชื่อกรรมการที่เข้าร่วม และไม่เข้าร่วม ข้อมูลคำชี้แจงที่เป็นสาระสำคัญ คำถาม-คำตอบ ข้อคิดเห็นโดยสรุป มติที่ประชุม โดยแยกเป็นคะแนนที่ “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง” และชื่อผู้จดรายงาน

    3. ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 บริษัทจัดส่งรายงาน การประชุมผู้ถือหุ้นให้กับตลาดหลักทรัพย์ฯ และได้เผยแพร่รายงาน การประชุมบนเว็บไซต์ของบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นเวลาภายใน 14 วัน นับจาก การประชุมผู้ถือหุ้น

บริษัทสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นทุกราย ได้แก่ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย ผู้ถือหุ้นสถาบัน รวมถึงผู้ถือหุ้นต่างชาติ ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเป็นธรรม มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • การให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น

    1. บริษัทเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์ ของบริษัท เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นเวลา 34 วัน ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท มีข้อมูลเหมือนกับข้อมูลที่บริษัทส่งให้ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเอกสาร

    2. บริษัทได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะ ที่เข้าร่วมประชุม วิธีการปฏิบัติในการนับคะแนน วิธีลงคะแนน ก่อนการเริ่มประชุม

  • การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

    1. สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 บริษัทได้เปิด โอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคล เพื่อรับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทเป็นการล่วงหน้า โดยมีการแจ้งข่าวผ่านทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 และผ่านทางเว็บไซต์ของ บริษัท (http://investor.apthai.com/th/shareholder-info/document/shareholders-meeting?year=2019) ซึ่งจะ มีรายละเอียดหลักเกณฑ์การเสนอวาระและแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง อย่างครบถ้วน และได้เริ่มเปิดรับวาระและการเสนอชื่อจากผู้ถือหุ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งไม่มีผู้ถือหุ้นรายใด เสนอวาระและเสนอชื่อบุคคลเข้ามา

    2. บริษัทได้ดำเนินการประชุมอย่างถูกต้องตามข้อบังคับและเป็นไปตาม กำหนดวาระที่ได้แจ้งผู้ถือหุ้นไว้ล่วงหน้า โดยไม่มีการสลับ เพิ่ม แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงวาระหรือข้อมูลที่ได้แจ้งไว้

    3. ในวาระการแต่งตั้งกรรมการ บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเลือก กรรมการเป็นรายบุคคล โดยใช้บัตรลงคะแนนแยกออกจากกันทุกคน และเก็บบัตรจากผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งกรณี “เห็นด้วย” “ไม่เห็นด้วย” และ “งดออกเสียง”

  • การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน

    บริษัทได้มีมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกำหนดเป็น “หลักเกณฑ์การใช้ข้อมูลภายในและการรายงานการถือ ครองทรัพย์สิน” ซึ่งได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556 โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

    1. ให้ความรู้แก่ผู้บริหารในฝ่ายต่างๆ เกี่ยวกับหน้าที่ที่จะต้องรายงาน การถือหลักทรัพย์ของบริษัท และบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และตามข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

    2. กำหนดให้ผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และจัดส่งสำเนารายงานนี้ให้แก่บริษัทในวันเดียวกับวันที่ส่งรายงาน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

    3. รายการเกี่ยวโยงที่เกิดขึ้นโดยกรรมการและผู้บริหาร ต้องได้รับการ ตรวจสอบจากกรรมการอิสระของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่ารายการดัง กล่าวเป็นประโยชน์ หรือไม่ทำให้ผลประโยชน์ของบริษัทสูญหาย

    4. คณะกรรมการออกหลักเกณฑ์และมาตรการลงโทษในเรื่องการ ควบคุมการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทให้รัดกุม โดยเฉพาะการนำ ข้อมูลของบริษัทไปใช้ก่อนที่จะผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี รับอนุญาตและผ่านการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท หรือก่อนที่ข้อมูลนั้นจะเผยแพร่ต่อ สาธารณชน

    นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้กำหนดช่วงเวลาห้ามกรรมการและ ผู้บริหาร รวมไปถึงบุคลากรที่มีส่วนสำคัญในการจัดทำงบการเงิน จากการ ซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทก่อนที่งบการเงินจะเผยแพร่ต่อสาธารณชนและ หลังจากเผยแพร่งบการเงินแล้ว เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและสาธารณชนได้มีเวลา ศึกษางบการเงินและสร้างความเท่าเทียมกันในการตัดสินใจลงทุนรวมถึง ห้ามกรรมการและผู้บริหาร บุคลากรในส่วนงานนักลงทุนสัมพันธ์และ ส่วนงานประชาสัมพันธ์ของกลุ่มบริษัท เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลอื่น ผู้ถือหุ้น บุคคลภายนอกทั่วไป นักลงทุน นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และ สื่อมวลชน ในระหว่างช่วงเวลา 7 วัน ก่อนวันที่บริษัทจะเผยแพร่ข้อมูลนั้นๆ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือต่อสาธารณชน รวมถึงให้งด เว้นจากการพบปะเพื่อให้ข้อมูล จัดประชุม หรือตอบข้อซักถามที่เกี่ยวข้อง กับข้อมูลภายในใดๆ กับบุคคลดังกล่าวทั้งสิ้น

    หากมีการฝ่าฝืนระเบียบการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท จะมีการดำเนินการ ทางวินัยเพื่อพิจารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณีดังนี้

    1. เป็นการกระทำผิดครั้งแรก ตักเตือนเป็นหนังสือ
    2. เป็นการกระทำผิดครั้งที่สอง ตัดค่าจ้าง/พักงาน
    3. เป็นการกระทำผิดครั้งที่สาม เลิกจ้างโดยไม่ได้จ่ายค่าชดเชย

    สำหรับการรายงานการถือครองหลักทรัพย์ กรรมการและผู้บริหารมีหน้า ที่จัดทำและรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทภายใน 3 วันทำการ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ โดยเลขานุการบริษัทจะทำหน้าที่รวบรวมรายงาน การเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ดังกล่าว เพื่อบรรจุเป็นวาระเพื่อทราบ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารแจ้งต่อคณะกรรมการ เกี่ยวกับการซื้อขาย หุ้นอย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนการทำรายการซื้อขายด้วย

    ในปี 2562 มีการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร ดังนี้

    การถือครองหุ้น AP ของกรรมการ

    ลำดับ รายชื่อ จำนวนหุ้น หมายเหตุ
    ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2561 การซื้อขายระหว่างปี
    1. รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    2. คุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน 670,047,561 670,047,561 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP
    3. คุณพิเชษฐ วิภวศุภกร* 111,382,879 111,382,879 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP
    4. คุณศิริพงษ์ สมบัติศิริ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    5. คุณวสันต์ นฤนาทไพศาล 132,000 132,000 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP
    6. คุณกิตติยา พงศ์ปูชนีย์กุล 817,520 817,520 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP
    7. คุณวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ 300,000 400,000 (100,000) ขายหุ้นออกบางส่วน จำนวน 100,000 หุ้น
    8. คุณพรวุฒิ สารสิน 673,000 673,000 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP
    9. คุณหยกพร ตันติเศวตรัตน์ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    10. คุณพันธ์พร ทัพพะรังสี - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    11. คุณโกศล สุริยาพร - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    12. คุณนนท์จิตร ตุลยานนท์ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    13. คุณสมยศ สุธีรพรชัย 2,200 2,200 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP

    * รวมการถือหุ้นทางอ้อม (คู่สมรส)

    การถือครองหุ้น AP ของผู้บริหาร

    ลำดับ รายชื่อ จํานวนหุ้น หมายเหตุ
    ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2562 ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2561 การซื้อขายระหว่างปี
    1. นางสาวทิพวรรณ ศิริคูณ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    2. นายสมชาย วัฒนเสาวภาคย์ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    3. นายวิทการ จันทวิมล - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    4. นายภมร ประเสริฐสรรค์ 38 38 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP
    5. นางสาวกมลทิพย์ บำรุงชาติอุดม - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    6. นายวรพงศ์ วิโรจน์ธนานุกุล - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    7. นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    8. นายบุญชัย จันทร์กระจ่างเลิศ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    9. นายทรงพล บุษปฤกษ์ - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    10. นางกุลทิพา ทินกรศรีสุภาพ 38,300 38,300 - ไม่มีรายการซื้อขายหุ้น AP
    11. นายประจักษ์ ประภามณฑล
    (ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562)
    - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
    12. นายพงษ์นลิท จันทร์สงวน
    (ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บริหารเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562)
    - - - ไม่มีการถือครองหุ้น AP
  • การมีส่วนได้เสียของกรรมการ

    1. เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารจัดทำรายงาน การมีส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อประธานกรรมการ ภายใน 7 วัน นับจากวันสิ้นปีและทุกวันที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเลขานุการบริษัทมีหน้าที่จัดเก็บเอกสารดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันบริษัทยังไม่มีกรรมการที่มีส่วนได้เสียกับบริษัท

    2. บริษัทพิจารณารายการระหว่างกันอย่างโปร่งใสเป็นธรรม และเป็น ประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น โดยมีขั้นตอนการขออนุมัติ จากคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการ และ/หรือ ผู้ถือหุ้น ตามประกาศของ สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่อง รายการที่เกี่ยวโยง และการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ โดย ผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสียในเรื่องนั้น ไม่มีส่วนในการอนุมัติ รายการดังกล่าว

      ในปี 2562 บริษัทมีรายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ จำนวน ทั้งสิ้น 13 รายการ ซึ่งไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องขอนุมัติจากผู้ถือหุ้น โดยได้ มีการแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างครบถ้วน

บริษัทให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและ ภายนอกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน เจ้าหนี้ คู่ค้า ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ถือหุ้น โดยมีการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ดังที่แสดงไว้ในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับแนวปฏิบัติต่อผู้มี ส่วนได้เสีย สามารถสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • พนักงาน

    บริษัทตระหนักดีว่า บุคลากรถือเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้บริษัท เคลื่อนไปสู่ความเป็นเลิศทางธุรกิจ จึงมุ่งสรรหา พัฒนา รวมทั้งดูแล พนักงานทุกคนอย่างเสมอภาคกัน มีการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็น ธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ หรือสถานะ อื่นใดที่มิได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติงาน เน้นการดูแลผลประโยชน์ ของพนักงานให้ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมสอดคล้องกับอัตราตลาด ให้ความสำคัญในด้านการดูแลสวัสดิภาพและสวัสดิการของพนักงาน มีการกำหนดนโยบายค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว กล่าวคือ ในระยะสั้นจะพิจารณาจากผลการ ดำเนินงาน ความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปี และมีการนำตัวชี้วัด ผลงาน (KPI) เป็นเครื่องมือในการบริหารการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการ ปฏิบัติงานด้วย สำหรับในระยะยาวจะเป็นเรื่องของการเสนอขาย หลักทรัพย์ต่อพนักงาน (ESOP)

    นอกจากนี้ พนักงานที่ผ่านการทดลองงานจะได้รับสวัสดิการต่างๆ ดังนี้

    • สวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปี
    • สวัสดิการประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ประกันสุขภาพกลุ่มและประกันทุพพลภาพ
    • สวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    • สวัสดิการในการจอง ซื้อคอนโดมิเนียมของทางบริษัท
    • สวัสดิการกู้ซื้อบ้านเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นต้น

    บริษัทยังได้มุ่งเสริมสร้างวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และ บรรยากาศในการทำงานที่ดี ผ่านทางการทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจัดขึ้น มาอย่างต่อเนื่อง มีการส่งเสริมให้พนักงานเสนอแนะความคิดเห็นที่เป็น ประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร โดยมีการสำรวจความคิดเห็นของพนักงาน เป็นประจำทุกปี เพื่อนำผลลัพธ์มาวิเคราะห์และปรับปรุงองค์กรต่อไป

    นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน อย่างสม่ำเสมอ เช่น การวิ่ง การแข่งขันลดน้ำหนัก ตลอดจนการตรวจ สุขภาพประจำปี

  • ด้านการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร

    บริษัทได้ก่อตั้ง โครงการเอพี พร็อพเพอร์ตี้ สคูล เป็นโรงเรียนสำหรับพัฒนา ความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงาน ให้แก่บุคลากรของบริษัท โดยหลักสูตรในเอพี พร็อพเพอร์ตี้ สคูล ประกอบด้วย 5 หลักสูตร ซึ่งมี รายละเอียดการจัดอบรมในปี 2562 ดังที่แสดงไว้ในหัวข้อความรับผิดชอบ ต่อสังคม (CSR) หัวข้อย่อย เอพี พร็อพเพอร์ตี้ สคูล

  • ด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

    บริษัทดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักของความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใสมาโดยตลอด ด้วยความตระหนักดีว่าการคอร์รัปชันจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียง ความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน

    บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันไว้ เพื่อให้ทุกคนในบริษัท ทั้งคณะกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานทุกระดับ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อันได้แก่

    1. นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน
    2. มาตรการต่อต้านคอร์รัปชัน
    3. จริยธรรมธุรกิจ
    4. นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    5. กำหนดนโยบายการรับ/ให้ของขวัญ ของรางวัลและผลประโยชน์
    6. นโยบายการแจ้งเบาะแสภายในองค์กร

    เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชัน บริษัท จึงได้จัดให้มีการให้ความรู้แก่พนักงานผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ในองค์กร เช่น อีเมลของพนักงาน แอนิเมชั่นในรูปแบบ pop-up หน้า จอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง รวมถึงการจัดกิจกรรม เพื่อให้ความรู้ ส่งเสริม ความเข้าใจ และชี้แจงแนวปฏิบัติในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันของบริษัท นอกจากนี้ นโยบายและมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชันยังได้รับการบรรจุ ไว้ในหลักสูตรการอบรมพนักงานใหม่ของบริษัทด้วย

    พนักงานทุกคนสามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ทั้งทางจดหมาย อิเล็กทรอนิกส์ kosol.boardap@gmail.com หรือ hotline@apthai.com และทางไปรษณีย์ โดยบริษัทมีการกำหนดกระบวนการสำหรับตรวจสอบ ข้อเท็จจริง โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องที่ได้รับจาก การแจ้งเบาะแส/ร้องเรียน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องเรียนทุกรายและ ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ

  • นโยบายการแจ้งเบาะแส และข้อร้องเรียน (Whistleblower Policy)

    เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พนักงานสามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการกำกับดูแลกิจการ ดังนั้น หากพนักงานพบเห็นการกระทำ หรือข้อสงสัยที่เป็นการ ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ จรรยาบรรณธุรกิจ สามารถแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนตามนโยบายดังนี้

    1. คำนิยาม

      “เบาะแส หรือข้อร้องเรียน” หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคล ใดๆ ที่อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อจรรยาบรรณธุรกิจ ของบริษัทฯ รวมถึงการกระทำที่ส่อเจตนาว่าเป็นการทุจริต หรือคอร์รัปชัน อันอาจส่งผลเสียหายต่อบริษัทฯ หรือ ผู้มีส่วนได้เสียอื่นใด

      “ผู้บริหาร” หมายถึง กรรมการบริษัท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการ ผู้อำนวยการ รองกรรมการผู้อำนวยการและผู้อำนวยการหรือเทียบเท่า ขึ้นไปของบริษัทฯ

      “ผู้บังคับบัญชา” หมายถึง พนักงานซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการสั่งการ มอบหมายงาน กำกับ หรือควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามนโยบาย ของบริษัทฯ รวมตลอดถึงการมีอำนาจใช้มาตรการทางวินัยลงโทษพนักงาน ของบริษัทฯ ได้

      “พนักงาน” หมายถึง พนักงานตามข้อบังคับของบริษัทฯ

      “บุคคลภายนอก” หมายถึง บุคคลและ/หรือนิติบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง กับการดำเนินงานบริษัทฯ รวมถึงผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่งทาง การค้า และสังคมส่วนรวม เป็นต้น

      “คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง” หมายถึง บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้ง จากกรรมการผู้อำนวยการโดยเฉพาะกิจ เพื่อทำหน้าที่สืบค้นข้อเท็จจริง ซึ่งประกอบด้วย ผู้บังคับบัญชาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายทรัพยากร บุคคล ฝ่ายกฎหมาย และกรรมการจากหน่วยงานอื่นอย่างน้อยอีก 1 ท่าน

    2. ช่องทางการรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน

      บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางการรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน ดังนี้

      จดหมายอิเล็กทรอนิกส์:
      kosol.boardap@gmail.com หรือ hotline@apthai.com

      จดหมายไปรษณีย์:
      ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบภายใน
      บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 1 ชั้น 18
      เลขที่ 170/57 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

    3. เงื่อนไขการพิจารณาเบาะแสและข้อร้องเรียน

      1. รายละเอียดของเบาะแส หรือข้อร้องเรียน ต้องเป็นความจริง มีความชัดเจน หรือพอที่จะนำสืบหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการ ต่อไปได้

      2. ข้อมูลที่ได้รับจะถือเป็นความลับ และไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ที่แจ้ง เบาะแส หรือผู้ร้องเรียนต่อสาธาณชนหากไม่ได้รับความยินยอม

      3. ผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนจะได้รับการคุ้มครองสิทธิ ไม่ว่า จะเป็นพนักงานบริษัท หรือบุคคลภายนอก

      4. ระยะเวลาในการดำเนินการเรื่องร้องเรียนขึ้นกับความสลับซับซ้อน ของเรื่อง และความเพียงพอของเอกสารหลักฐานที่เราได้รับจาก ผู้ร้องเรียน รวมถึงเอกสารหลักฐาน และคำชี้แจงของผู้ถูกร้องเรียน

      5. ผู้รับข้อร้องเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบหา ข้อเท็จจริงต้องเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นความลับ สามารถเปิดเผย ได้เท่าที่จำเป็น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความเสียหายของ ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง แหล่งที่มาของข้อมูล หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง

      6. กรณีที่ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัย หรืออาจเกิดความเดือดร้อน เสียหาย ผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมก็ได้ หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้ร้องเรียน หรือผู้ที่ให้ ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ต้องร้องขอก็ได้ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือ ความไม่ปลอดภัย

      7. ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหาย ด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสม และเป็นธรรม

    4. การคุ้มครองสิทธิพนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลภายนอก ที่รับจ้างทํางานให้แก่บริษัท

      1. บริษัทฯ จะไม่กระทำการใดอันไม่เป็นธรรมต่อพนักงาน ลูกจ้าง หรือ บุคคลภายนอกที่รับจ้างทำงานให้แก่บริษัทฯ เช่น การเปลี่ยนแปลง ตำแหน่งงาน ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน สั่งพักงาน ข่มขู่ รบกวน การปฏิบัติงาน เลิกจ้าง หรือกระทำการอื่นใดที่มีลักษณะเป็นการ ปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุที่

        • ให้ข้อมูล ให้ความร่วมมือ หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ โดยสุจริต แก่กรรมการ ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล
        • ให้ถ้อยคำ ยื่นเอกสารหลักฐาน หรือให้ความช่วยเหลือใดๆ แก่กรรมการ ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับ ดูแล เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาหรือตรวจสอบ
      2. ผู้แจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนด้วยความสุจริต จะได้รับการคุ้มครอง สิทธิ หากว่ามีการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนด้วยความมุ่งร้าย โดยหวังให้เกิดความเสื่อมเสียต่อผู้อื่น ผู้แจ้งข้อมูลจะถูกพิจารณาโทษ ทางวินัยตามข้อบังคับพนักงาน และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อปกป้องชื่อเสียงของบริษัทฯ และผู้ที่ถูกพาดพิง

      3. ผู้ใดที่ตอบโต้ต่อผู้ที่แจ้งข้อมูลเบาะแส หรือให้ข้อมูลด้วยความสุจริต จะถูกพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบ ข้อบังคับพนักงานเช่นกัน

    5. ขั้นตอนการจัดการสำหรับการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน

      1. เมื่อมีการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียนตามช่องทางต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้จัดไว้ ฝ่ายตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่บันทึกรับเรื่อง และแจ้งต่อ ผู้ร้องเรียน (ถ้ามี)

      2. ฝ่ายตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่สืบค้นข้อมูล และพิจารณามูลเหตุ ของการแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน

        • หากไม่มีความซับซ้อน ให้ฝ่ายตรวจสอบภายในและฝ่าย ทรัพยากรบุคคล ดำเนินการตามระเบียบบริษัท และรายงานให้ คณะกรรมการตรวจสอบทราบ
        • หากมีความซับซ้อน และ/หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็น ความผิดร้ายแรง บริษัทฯ โดยกรรมการผู้อำนวยการ จะแต่ง ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งประกอบด้วย ผู้บังคับ บัญชาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายกฎหมาย และกรรมการจากหน่วยงานอื่นอย่างน้อยอีก 1 ท่าน
      3. สรุปผลการสอบสวน และแจ้งกลับไปยังผู้ร้องเรียน (ถ้ามี) และ รายงานผลต่อคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการตรวจสอบ ตามลำดับ
  • ด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม

    บริษัทตระหนักถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และ สิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน (SHE) จึงได้กำหนดนโยบายความปลอดภัย สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงานขึ้น มีการให้ความรู้และ ส่งเสริมให้มีการปฏิบัติ โดยจัดทำข้อมูลในรูปแบบของแอนิเมชั่น เผยแพร่ ผ่านช่องทางการสื่อสารในองค์กร ทั้งอีเมล และเว็บไซต์ภายในของบริษัท ที่พนักงานสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้และฝึก อบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อมผ่านทางหลักสูตรการบริหารงานก่อสร้าง (Construction Curriculum) ซึ่งจัดเป็นหลักสูตรหนึ่งในเอพี พร็อพเพอร์ตี้ สคูล สำหรับรายละเอียดการจัดอบรมในปี 2562 ดังที่แสดงไว้ในหัวข้อ ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

    ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ อัตราการหยุดงาน อัตราการ เจ็บป่วยจากการทำงาน ดังนี้

    1. สถิติการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน รวมทั้งสิ้น 9 ราย

    รายที่ เดือน อุบัติเหตุ/อาการ
    1. มกราคม คัตเตอร์บาดมือ
    2. มีนาคม ตกบันไดภายในโครงการ
    3. พฤษภาคม ลื่นล้ม
    4. มิถุนายน ประตูหนีบ
    5.   รถชนขณะตรวจโครงการ
    6.   ประตูทับเท้า
    7. พฤศจิกายน ไฟฟ้าดูด (พนักงาน 2 ท่าน)
    8.   ตกบันได
    9.   เหยียบเหล็กภายในโครงการ

    2. อัตราการหยุดงาน

    ประเภทการลา จํานวนพนักงานที่ลา (คน) จํานวนวันลา (วัน) ค่าเฉลี่ย (วัน/คน)
    1. ลาป่วย 1,713 2,209 6
    2. ลากิจ 289 570 2
    3. ลาพักผ่อน ประจำาปี 2,209 19,274 9

    3. อัตราการเจ็บป่วยจากการทำางาน

    จํานวนพนักงาน ที่ลา (คน) จํานวนวันลา (วัน) ค่าเฉลี่ย (วัน/คน)
    10 22 2

    ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทส่งเสริมให้พนักงานปฏิบัติงานโดยไม่ สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการไม่อนุญาตให้ทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือน้ำเสีย จากการก่อสร้างลงแหล่งชุมชน ด้านมลพิษทางอากาศ ไม่ให้เผาสิ่งปฏิกูล หรือวัสดุอันตรายจากการก่อสร้าง ให้โครงการล้อมรั้วรอบพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อป้องกันฝุ่นควันกระจายออกสู่พื้นที่ข้างเคียง ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งหวังให้ พนักงานใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เช่น การใช้กระดาษรียูส การประหยัดน้ำ ไฟฟ้า โดยมีการติดป้ายรณรงค์ตามจุดต่างๆในอาคารสำนักงาน สำหรับ การปฏิบัติตามกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มีการขอ EIA ก่อนเริ่มการ ก่อสร้างในทุกโครงการ รายละเอียดดังที่แสดงไว้ในหัวข้อความรับผิดชอบ ต่อสังคม (CSR) หัวข้อย่อย การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

  • ด้านสิทธิมนุษยชน

    บริษัทมีการกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยทั่วกัน ทั้งการเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนสากล และสิทธิมนุษยชน ภายในองค์กร นับตั้งแต่การสรรหาว่าจ้าง ซึ่งบริษัท จะยึดหลักจริยธรรมใน การสรรหาและว่าจ้าง โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติทั้งในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว หรือเพศ รวมทั้งไม่มีการใช้แรงงานเด็ก หรือแรงงานที่ไม่ถูกต้องตาม กฎหมาย อีกทั้งยังมีการจ้างงานคนพิการตามความเหมาะสมของตำแหน่ง งานและหน้าที่รับผิดชอบ

  • ผู้บริโภค

    บริษัทยึดมั่นและปฏิบัติตามนโยบายด้านลูกค้าอย่างเคร่งครัดในฐานะเป็น ผู้บริโภคของบริษัท มีการดูแลบ้านและห้องชุด รวมถึงการให้บริการของ บริษัทให้ตรงตามมาตรฐาน พัฒนาคุณภาพ และประเมินผลกระทบของการ ก่อสร้างที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งได้จัดให้มีหน่วยงาน บริการหลังการขาย (After Sale Service) รายละเอียดดังที่แสดงไว้ในหัวข้อ ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) หัวข้อย่อย ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค

    โดยมีช่องทางการสื่อสารเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์และรับข้อร้องเรียนของ ลูกค้าหลายช่องทาง ทั้งทางเว็บไซต์ https://www.apthai.com/th/contact ทางโทรศัพท์ call center 1623 และ call service 0-2018-9999 ที่ให้บริการ ลูกบ้านของโครงการเอพีโดยเฉพาะ

    นอกจากนี้ ในปี 2562 บริษัทยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ชื่อ AP society รายละเอียด ดังที่แสดงไว้ในหัวข้อความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) หัวข้อ ย่อย AP society ภาพกิจกรรมต่างๆ ดังที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท https://www.apthai.com/th/ap-society

  • สังคม (รวมถึงเจ้าหนี้ คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า)

    บริษัทยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส โดยมุ่งปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า บนพื้นฐานของหลักสุจริตและจริยธรรม ทางการค้ารวมถึงดำเนินการตามนโยบายที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสีย กลุ่มต่างๆ อย่างเคร่งครัด รายละเอียดนโยบาย ดังที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ http://investor.apthai.com/th/good-governance/good-governance

  • เจ้าหนี้

    บริษัทมีการกำหนดนโยบายด้านเจ้าหนี้ไว้ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยทั่วกัน โดยมีการปฏิบัติตามพันธสัญญาและข้อตกลงที่มีต่อเจ้าหนี้ ทุกรายอย่างเสมอภาค ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็น ธรรมทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับเจ้าหนี้ และมุ่งมั่นในการ รักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืน โดยมีแนวปฏิบัติเกี่ยวกับเงื่อนไขค้ำประกัน การบริหารเงินทุน และกรณีที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ เพื่อสร้างความเป็น ธรรมให้กับเจ้าหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ทางการค้าหรือเจ้าหนี้สถาบันการเงิน เช่น การชำระหนี้คืนต่อเจ้าหนี้ตรงต่อเวลาตามเงื่อนไขที่กำหนดเพื่อมิให้ เกิดการผิดนัดชำระหนี้ การปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลง กันไว้อย่างเคร่งครัด และหากเกิดกรณีที่มีเหตุอันอาจกระทบต่อสถานะ การเงินโดยมีนัยสำคัญและอาจกระทบต่อหนี้ที่ต้องชำระ บริษัทจะบริหาร เงินทุนโดยจะแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบเพื่อร่วมกันหาวิธีป้องกันหรือแก้ไขเพื่อ ไม่ให้เกิดความเสียหาย

  • คู่ค้า

    บริษัทมีการกำหนดนโยบายด้านคู่ค้าไว้ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยทั่วกัน โดยมุ่งคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัท การดำเนินธุรกิจอย่าง โปร่งใสเป็นธรรม รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือกับคู่ค้าไปในทางที่จะ เอื้อประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดนโยบายการ จัดซื้อจัดจ้าง ที่ระบุถึงหลักเกณฑ์ในการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโครงการของ บริษัททั้งแนวราบและแนวสูง รวมถึงจรรยาบรรณว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง (Buyer Code of Conduct) เพื่อให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่จัดซื้อจัดจ้าง ของบริษัท ยึดถือเป็นกรอบจริยธรรมและหลักในการปฏิบัติหน้าที่จัดซื้อ จัดจ้าง ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส โดยถือเอาประโยชน์ของบริษัท เป็นสำคัญ และปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเท่าเทียมกัน

    ทั้งนี้ ในการคัดเลือกคู่ค้า บริษัทได้มีหลักเกณฑ์เป็นลายลักษณ์อักษร ดังที่ระบุไว้ในหมวดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างและมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็น รูปธรรม โดยแบ่งเป็นการคัดเลือกคู่ค้าด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้

    1. วิธีเปรียบเทียบและต่อรองราคา โดยพิจารณาจากผู้ขายหรือผู้รับเหมา อย่างน้อย 3 ราย และคัดเลือกผู้ขายหรือผู้รับเหมาที่ให้เงื่อนไขที่ดีที่สุด
    2. วิธีประมูล โดยให้ผู้ขายหรือผู้รับเหมาที่สนใจเข้าร่วมประมูล อย่างน้อยจำนวน 3 ราย โดยต้องยื่นข้อเสนอและต่อรองราคาตาม วันเวลาที่บริษัทกำหนด
    3. วิธีที่กำหนดไว้โดยเฉพาะ เป็นกรณีการจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษที่ต้องเข้า เกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ เช่น กรณีเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของบริษัท หรือเป็นวัสดุหรืองานที่มีข้อจำกัดที่ต้องระบุผู้ผลิตหรือผู้รับจ้างที่มี ความชำนาญเป็นการเฉพาะ เป็นต้น

    โดยบริษัทมีการให้โอกาสทางธุรกิจเสมอกันโดยไม่ทำให้คู่ค้าขนาดเล็ก เสียเปรียบทางการค้า นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้เกิดค่านิยมรวมไปถึง สร้างพฤติกรรมการต่อต้านการจ่ายและรับสินบนโดยให้ความรู้แก่พนักงาน ทุกระดับชั้นผ่านช่องทางการสื่อสารภายในองค์กร

  • คู่แข่งทางการค้า

    บริษัทมีการกำหนดนโยบายด้านคู่แข่งไว้ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย ถือปฏิบัติตามอย่าง เคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยบริษัทจะดำเนินธุรกิจตามกรอบกติกาของการ แข่งขันทางการค้าด้วยความสุจริตและเป็นธรรม ใช้หลักคู่แข่งทางการค้า เชิงพันธมิตรอันเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน ในกรอบที่ไม่ก่อให้เกิดความ เสียหายทางธุรกิจและความสัมพันธ์ระหว่างกัน

    ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งในปี 2562 บริษัทไม่เคยมีข้อพิพาท ใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า

    นอกจากนี้ บริษัทยังตระหนักในความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งมีหน้าที่ รับผิดชอบในการช่วยเหลือสังคม สนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ แก่ชุมชน จึงได้กำหนดนโยบายด้านสังคมขึ้น ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และ พนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย ได้ถือปฏิบัติตามอย่าง เคร่งครัดโดยทั่วกัน ด้วยความมุ่งหวังที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพ สังคมไทย ผ่านทางการสนับสนุนและดำเนินกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อชุมชนและสังคมส่วนรวมอย่างต่อเนื่องและจริงจัง

    รายละเอียดกิจกรรมเพื่อสังคม ดังที่แสดงไว้ในหัวข้อความรับผิดชอบ ต่อสังคม (CSR)

    นอกเหนือจากการดำเนินการตามนโยบายที่มีต่อผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่างๆ ดังข้างต้นแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและ คอร์รัปชัน ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึก ในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ ดังกล่าวบริษัทจึงได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าเป็นหนึ่งในแนวร่วมปฏิบัติ ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) เมื่อ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 และคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติได้มีมติให้การ รับรองบริษัทเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้าน ทุจริต เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา รายละเอียดดังที่แสดงไว้ใน หัวข้อ แนวทางปฏิบัติในการป้องกันคอร์รัปชัน

  • ช่องทางการติดต่อบริษัทของผู้มีส่วนได้เสีย

    คณะกรรมการได้ตระหนักถึงความสำคัญและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วน ได้เสียทุกกลุ่ม จึงได้จัดให้มีช่องทางที่ผู้มีส่วนได้เสียจะสามารถเสนอแนะ ข้อคิดเห็น คำแนะนำ หรือติดต่อร้องเรียนในเรื่องที่อาจทำให้เกิดความ เสียหายต่อบริษัทได้โดยตรงที่ คุณโกศล สุริยาพร กรรมการตรวจสอบ ของบริษัท ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์: kosol.boardap@gmail.com หรือ hotline@apthai.com โดยบริษัทได้จัดให้มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน การไต่สวนข้อเท็จจริงและจะมีการรายงานต่อคณะกรรมการต่อไป

  • การเปิดเผยข้อมูล

    1. ในปี 2562 บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญของบริษัทตามข้อกำหนด ของบริษัทจดทะเบียน เช่น แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2) ทั้งภาษาไทยและภาษา อังกฤษผ่านทางช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท

    2. ในรายงานประจำปี 2562 บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ผู้ถือหุ้น ควรทราบ เช่น รายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงาน ทางการเงินแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีและคำอธิบายและ การวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ค่าสอบบัญชีและค่าบริการอื่นที่ผู้สอบ บัญชีให้บริการ รายชื่อและบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการ ชุดย่อย จำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการ และจำนวน ครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุมนโยบายการจ่ายค่าตอบแทน แก่กรรมการและผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งรูปแบบหรือลักษณะ ค่าตอบแทน

    3. บริษัทได้จัดให้มีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์เพื่อทำหน้าที่ติดต่อสื่อสาร และให้ข้อมูลความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลและการดำเนินงาน ของบริษัทแก่นักลงทุนผู้ถือหุ้นนักวิเคราะห์และหน่วยงานต่างๆ โดยสามารถติดต่อได้ที่ นายประมาศ ขวัญชื้น เลขานุการบริษัท หรือหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์

      บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
      เลขที่ 170/57 อาคารโอเชี่ยน ทาวเวอร์ 1 ชั้น 18 ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่ คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
      โทรศัพท์ : 02 261 2518 22
      จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ : investor@apthai.com
      เว็บไซต์ : http://www.apthai.com/contact-ap/

    ในปี 2562 หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

    รูปแบบกิจกรรม จำนวนครั้ง
    การประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ 4
    การพบปะนักลงทุน 21
    Road show 7
    - ภายในประเทศ 6
    - ต่างประเทศ 1
  • ข้อมูลขั้นต่ำที่เปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัท

    บริษัทเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่สำคัญบนเว็บไซต์ของบริษัท เช่น แบบ แสดงรายงานประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2) หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ข้อบังคับของบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณสำหรับ พนักงานและกรรมการผู้บริหาร และข้อมูลที่จำเป็นอื่นๆ โดยมีการปรับปรุง ข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

  • การเปิดเผยตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน

    บริษัทมีการเปิดเผยตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของบริษัท ทั้งในด้านการเงิน เช่น รายได้ ผลกำไร และด้านที่ไม่ใช่การเงิน เช่น ความพึงพอใจของลูกค้า โดยบริษัทมีความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จึงให้ความ สำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ที่อยู่อาศัยที่ จะส่งมอบให้กับลูกค้า มีการพัฒนาสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดยบริษัทได้จัดให้มีฝ่ายวิจัยการตลาด และฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อ ทำการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านการ ใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสอดคล้องกับการใช้ชีวิตจริงของ ผู้บริโภค ซึ่งตอกย้ำความเป็น Responsive creator ของ AP อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้นำผลสำรวจจากการวิจัยไปใช้ประกอบในการพัฒนาโครงการ ใหม่ๆ อยู่เสมอ

    และนอกจากนี้ บริษัทยังมีส่วนงานกลยุทธ์การตลาดที่ได้ทำการสำรวจ วิจัย และวิเคราะห์เกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภคในในแต่ละพื้นที่ ตลอดจน ศักยภาพของทุกทำเลที่ตั้งโครงการในด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งทำให้ บริษัทมีฐานข้อมูลที่เพียงพอในการที่จะทราบถึงความต้องการในตลาด ที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคในแต่ละทำเล ซึ่งรวมถึงบทบาท และรูปแบบที่อยู่ อาศัย ทำเลที่ตั้ง และระดับราคา เพื่อนำมาพัฒนาโครงการของบริษัทให้ โดดเด่นเหนือคู่แข่งในทำเลเดียวกัน เพื่อบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจของ ลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้าของบริษัท

  • โครงสร้างคณะกรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และประกาศสำนักงาน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องและคณะ กรรมการได้มีมติแต่งตั้ง นายประมาศ ขวัญชื้น ทำหน้าที่เลขานุการคณะ กรรมการบริษัท เพื่อดูแลให้การประชุมคณะกรรมการดำเนินไปตามกฎ เกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง

    บริษัทพิจารณาถึงความเหมาะสมของโครงสร้างกรรมการเทียบกับภาระ หน้าที่ของคณะกรรมการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 บริษัทมี กรรมการทั้งสิ้นจำนวน 13 ท่าน รายละเอียดดังที่แสดงไว้ในหัวข้อโครงสร้าง การจัดการ

    1. คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านอายุ เพศ ทักษะประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้าน ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทจากจำนวนกรรมการทั้งสิ้น 13 ท่าน เป็น กรรมการบริหารของบริษัท 6 ท่าน ได้แก่ นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน นายพิเชษฐ วิภวศุภกร นายศิริพงษ์ สมบัติศิริ นายวสันต์ นฤนาทไพศาล นางสาวกิตติยา พงศ์ปูชนีย์กุล และนายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ โดยมี รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร ประธานคณะกรรมการ ซึ่งไม่ได้เป็นกรรมการ บริหารเป็นผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประวัติและ การดำรงตำแหน่งของกรรมการแต่ละท่านรายละเอียดดังที่แสดงไว้ ในเอกสารแนบ

    2. กรรมการอิสระมีจำนวนทั้งสิ้น 7 ท่าน ได้แก่ รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร นายพรวุฒิ สารสิน นายหยกพร ตันติเศวตรัตน์ นายพันธ์พร ทัพพะรังสี นายนนท์จิตร ตุลยานนท์ นายโกศล สุริยาพร และนายสมยศ สุธีรพรชัย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งคณะ โดย แต่ละท่านมีความเป็นอิสระมีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นไปตามเกณฑ์ ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งในจำนวนนี้ทำหน้าที่ คณะกรรมการตรวจสอบรวม 4 ท่าน ได้แก่ นายพันธ์พร ทัพพะรังสี นายนนท์จิตร ตุลยานนท์ นายโกศล สุริยาพร และนายสมยศ สุธีรพรชัย คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ในการตรวจสอบการดำเนินงานของ บริษัทถ่วงดุลอำนาจของกรรมการท่านอื่นรวมถึงคัดค้านหรือยับยั้ง เรื่องต่างๆ ในที่ประชุมได้อย่างเป็นอิสระอันจะทำให้การดำเนินงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    3. กรรมการสามารถดำรงตำแหน่งได้คราวละ 3 ปี เมื่อครบวาระจะมี การนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติรายละเอียด การกำหนดวาระของกรรมการดังที่แสดงไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ

    4. ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการถือหุ้นของบริษัท ร้อยละ 21.30 และ 3.28 (รวมการถือหุ้นของคู่สมรส) ของหุ้นทั้งหมด ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2562) ดังนั้น ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการต่างเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดในการบริหารจัดการ บริษัทโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก

      อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ บริษัทจึงได้กำหนดแนว นโยบายการกำกับดูแล ให้แยกออกจากนโยบายการบริหารงาน ประจำอย่างชัดเจน ซึ่งทั้งประธานคณะกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ จะไม่เป็นบุคคลคนเดียวกัน โดยประธานกรรมการจะมีบทบาทหน้าที่ในการเป็นผู้นำและเป็น ผู้ควบคุมการประชุมคณะกรรมการให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สนับสนุนให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการประชุม ให้คำแนะนำ แต่จะไม่เข้าไปก้าวก่ายงานประจำหรือธุรกิจประจำวันที่ฝ่ายบริหาร เป็นผู้รับผิดชอบ

    5. คณะกรรมการมีการกำหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติในการดำรง ตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นไว้อย่างชัดเจนโดยประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร กรรมการผู้อำนวยการและกรรมการบริหารของบริษัทมีการ ดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นได้ไม่เกิน 5 แห่ง ทั้งนี้เป็นไปตาม การกำหนดวาระของกรรมการที่ระบุไว้ในนโยบายการกำกับดูแล กิจการ อีกทั้งกรรมการของบริษัทแต่ละท่านก็มีการดำรงตำแหน่งใน บริษัทจดทะเบียนอื่นไม่เกิน 5 แห่ง เพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    6. บริษัทกำหนดให้มีเลขานุการบริษัทที่ทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้าน กฎระเบียบต่างๆ ที่คณะกรรมการต้องทราบ รวมทั้งประสานงานให้มี การปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ บริษัทได้แต่งตั้ง นายประมาศ ขวัญชื้น ทำหน้าที่เป็นเลขานุการบริษัท

  • คณะกรรมการชุดย่อย

    1. คณะกรรมการบริษัทจึงได้จัดให้มีคณะกรรมการชุดย่อยจำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย

      • คณะกรรมการตรวจสอบ
      • คณะกรรมการบริหาร
      • คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
      • คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและบริหารความเสี่ยง

      ซึ่งรายละเอียดและขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุดดังที่แสดงไว้ในหัวข้อ โครงสร้างการจัดการ

    2. ประธานคณะกรรมการของบริษัทเป็นกรรมการอิสระและไม่ได้ดำรง ตำแหน่งประธานในคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อให้การทำหน้าที่ของ คณะกรรมการชุดย่อยมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง

    3. คณะกรรมการชุดย่อยมีการประชุมร่วมกันเป็นประจำโดยรายชื่อ กรรมการที่เข้าร่วมประชุมการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการชุด ต่างๆ และจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละรายเข้าประชุมดังที่แสดงไว้ ในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ

  • บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

    1. คณะกรรมการบริษัทมีภารกิจและความรับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ ในกฎหมาย รวมทั้งหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ และมติที่ประชุม ผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังมีหน้าที่และความรับผิด ชอบรวมทั้งอำนาจตามที่กำหนดไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการ

    2. คณะกรรมการจัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่เป็นลายลักษณ์ อักษร โดยมีการทบทวนนโยบายและปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับ การดำเนินการของบริษัทนโยบาย ฉบับที่มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน ลงนามเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

    3. คณะกรรมการจัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่เป็นลายลักษณ์ อักษรโดยมีการทบทวนนโยบายและปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับ การดำเนินการของบริษัทนโยบาย ฉบับที่มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน ลงนามเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559 3.3 คณะกรรมการจัดให้มีจรรยาบรรณธุรกิจที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อ ให้กรรมการผู้บริหารและพนักงานทุกคนเข้าใจถึงมาตรฐานด้าน จริยธรรมที่บริษัทใช้ในการดำเนินธุรกิจ รายละเอียดดังที่ได้แสดงไว้ใน เว็บไซต์ http://investor.apthai.com/th/good-governance/code-of-conduct ซึ่งฉบับปรับปรุงล่าสุด ได้มีการประกาศใช้เมื่อ วันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

    4. คณะกรรมการทำการพิจารณาเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ อย่างรอบคอบ โดยที่ผู้มีส่วนได้เสียไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและ กำหนดแนวทางที่ชัดเจนและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทและ ผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ พร้อมทั้งคณะกรรมการกำกับดูแลให้มีการ ปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการและการเปิดเผย ข้อมูลของรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ให้ถูกต้อง ครบถ้วน

    5. คณะกรรมการจัดให้มีระบบการควบคุมภายในของบริษัทซึ่งรวมถึง ด้านรายงานทางการเงินและด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและ นโยบายคณะกรรมการมอบหมายให้ฝ่ายตรวจสอบเป็นผู้รับผิดชอบ ในการตรวจสอบระบบการควบคุมดังกล่าว

      คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการประเมินความเพียงพอของระบบ การควบคุมภายในของบริษัทประจำปี 2562 ในการประชุม คณะกรรมการตรวจสอบ ครั้งที่ 1/2563 ซึ่งประชุมในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

    6. คณะกรรมการจัดให้มีแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนกับผู้ที่ประสงค์ จะแจ้งเบาะแสต่อบริษัทบริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้แจ้ง เบาะแสโดยไม่เปิดเผยชื่อผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้แจ้งข้อร้องเรียนและจะ ดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการสอบสวนตามระเบียบที่บริษัท กำหนดไว้

    7. คณะกรรมการได้จัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ มีการจัดทำนโยบายบริหารความเสี่ยงและ แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยในการบริหารความเสี่ยง

  • การประชุมคณะกรรมการ

    1. ในปี 2562 บริษัทได้กำหนดตารางประชุมล่วงหน้าของทั้งปีและแจ้ง ให้กรรมการแต่ละคนทราบกำหนดการดังกล่าว เพื่อให้กรรมการ สามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้

    2. จำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการได้พิจารณาให้เหมาะสม กับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและลักษณะ การดำเนินธุรกิจของบริษัทโดยในปี 2562 บริษัทจัดประชุม คณะกรรมการจำนวน 11 ครั้ง 4.3

    3. บริษัทจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมให้แก่กรรมการเป็นการ ล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนวันประชุม

    4. รายงานการประชุมกรรมการของบริษัทมีการบันทึกข้อมูลสำคัญ ครบถ้วน ได้แก่ วัน เวลาเริ่ม-เลิกประชุม รายชื่อกรรมการที่เข้าร่วมและ ไม่เข้าร่วม ข้อมูลคำชี้แจงที่เป็นสาระสำคัญ มติที่ประชุม พร้อมทั้ง มีระบบการจัดเก็บที่ดีสืบค้นง่าย โดยเลขานุการบริษัทได้แจ้งสถานที่ เก็บเอกสารรายงานการประชุมไปยังสำนักงาน ก.ล.ต. ด้วย

    5. ในปี 2562 กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารได้มีการประชุมระหว่างกันเอง 1 ครั้ง เพื่ออภิปรายเรื่องต่างๆ ร่วมกันโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย

  • การประเมินผลการปฏิบัติงาน

    1. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

      คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการบริษัททั้งคณะ (Evaluation on the Performance of the Board of Directors) การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการ เป็นรายบุคคล (Director Self-Assessment) รวมถึงการประเมิน ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย (Sub-Committee Self-Assessment) เป็นประจำทุกปี โดยการประเมินผลทั้ง 3 รูปแบบ จะดำเนินกระบวนการและมีหลักเกณฑ์การประเมินเหมือนกัน กล่าวคือ

      กระบวนการประเมินผล

      เลขานุการบริษัทจะจัดทำและทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงานให้มี ความถูกต้องครบถ้วน แล้วจึงนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา ประเมินผลการปฏิบัติงาน จากนั้นเลขานุการบริษัทดำเนินการสรุปผลการ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อ พิจารณาและดำเนินการปรับปรุงการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

      หลักเกณฑ์ในการประเมินผล

      หลักเกณฑ์ในการประเมินผลจะคิดเป็นร้อยละจากคะแนนเต็มในแต่ละข้อ โดยมีเกณฑ์การวัดผล ดังนี้

      • มากกว่า 85% = ดีเยี่ยม
      • มากกว่า 75% = ดีมาก
      • มากกว่า 65% = ดี
      • มากกว่า 50% = พอใช้
      • ตํ่ากว่า 50% = ควรปรับปรุง

      เนื้อหาการประเมิน

      หัวข้อการประเมิน
      คณะกรรมการ ทั้งคณะ คณะกรรมการ ชุดย่อย รายบุคคล
      โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการ
      บทบาท/หน้าที/ความรับผิดชอบของ กรรมการ
      การประชุมของคณะกรรมการ
      การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ - -
      ความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหาร - -
      การพัฒนาตนเองและผู้บริหาร - -

      ซึ่งผลการประเมินสำหรับปี 2562 พบว่า การปฏิบัติงานของคณะกรรมการ บริษัททั้งคณะ (Evaluation on the Performance of the Board of Directors) ผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคล (Director Self-Assessment) รวมถึงผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย (Sub-Committee Self-Assessment) มีคะแนนอยู่ในระดับดีเยี่ยม

    2. การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)

      คณะกรรมการบริษัทจะทำการประเมินประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โดยประเมินในด้านต่างๆ จำนวน 9 หมวด คือ ความเป็นผู้นำ การกำหนดกลยุทธ์ การปฏิบัติตามกลยุทธ์ การวางแผน และผล ปฏิบัติทางการเงิน ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ความสัมพันธ์กับ ภายนอก การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากรการสืบทอด ตำแหน่ง ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ และคุณลักษณะส่วนตัว สำหรับการประเมินประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ในปี 2562 ผลประเมินอยู่ในระดับดีมาก

  • ค่าตอบแทน

    คณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการของ บริษัทโดยคำนึงถึงกำไรของบริษัท ประสบการณ์ ภาระหน้าที่บทบาทความ รับผิดชอบ และอยู่ในระดับที่เทียบเคียงได้กับบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน โดยคณะกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนได้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติและเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น พิจารณาอนุมัติรายละเอียดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารสำหรับ ปี 2562 ดังที่แสดงไว้ในหัวข้อโครงสร้างการจัดการ

  • การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร

    1. คณะกรรมการส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่ ผู้เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เช่น กรรมการ ตรวจสอบ ผู้บริหาร เลขานุการบริษัท เป็นต้น เพื่อให้มีการปรับปรุง การปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 กรรมการของบริษัท ได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร ที่จัดโดย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ดังนี้
      • รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร
        หลักสูตร Role of Chairman Program (RCP) รุ่นที่ 45/2019

      • นายโกศล สุริยาพร
        หลักสูตร Family Business Governance (FBG) รุ่นที่ 15/2019

      นอกจากนี้กรรมการบริษัททุกท่านยังผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ จาก สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) รายละเอียดดังนี้

      กรรมการ หลักสูตรการอบรม
      DAP DCP FND CDC ELP AACP RCP ACP RCL
      1. รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร - - - -
      2. คุณอนุพงษ์ อัศวโภคิน
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      3. คุณพิเชษฐ วิภวศุภกร
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      4. คุณศิริพงษ์ สมบัติศิริ
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      5. คุณพันธ์พร ทัพพะรังสี
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      6. คุณนนท์จิตร ตุลยานนท์
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      7. คุณโกศล สุริยาพร
      -
      -
      -
      -
      -
      8. คุณพรวุฒิ สารสิน
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      9. คุณหยกพร ตันติเศวตรัตน์
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      10.คุณสมยศ สุธีรพรชัย
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      11.คุณกิตติยา พงศ์ปูชนีย์กุล
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      12.คุณวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      13.คุณวสันต์ นฤนาทไพศาล
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      -
      • DAP = Director Accreditation Program
      • DCP = Director Certification Program
      • FND = Finance for Non-Finance Director
      • CDC = Chartered Director Class
      • RCP = Role of the Chairman Program
      • ELP = Ethical Leadership Program
      • ACP = Audit Committee Program
      • AACP= Advanced Audit Committee Program
      • RCL = Risk Management Program for Corporate Leaders
    2. การปฐมนิเทศกรรมการใหม่ บริษัทตระหนักถึงความสำคัญต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการ เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัท เพื่อให้ กรรมการเข้าใหม่ได้ทราบถึงบทบาท หน้าที่ความรับผิดชอบ ตลอดจน สร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจการดำเนินงานของบริษัท โดยมีการ ส่งมอบ “คู่มือกรรมการ” ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลบริษัทและ กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องอันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ของกรรมการใหม่ต่อไป

  • แผนสืบทอดงาน

    บริษัทได้จัดให้มีแผนการสืบทอดงานโดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กรรมการผู้อำนวยการได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้สรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์มาดำรงตำแหน่งผู้บริหารของบริษัท

การสรรหาและแต่งตั้งกรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด

  • กรรมการอิสระ

    หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกกรรมการอิสระ

    เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติกรรมการอิสระของบริษัทเข้มกว่าประกาศ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.4/2552 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 (ยกเลิกความในข้อ 16 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.28/2551 ดังนี้

    1. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของ บริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือ ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะ ดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไม่รวมถึง กรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการหรือที่ปรึกษาของส่วน ราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท

    2. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารลูกจ้างพนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัท ใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วมบริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือของผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจากการมี ลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ทั้งนี้ลักษณะต้องห้ามดังกล่าว ไม่รวมถึงกรณีที่กรรมการอิสระเคยเป็นข้าราชการหรือที่ปรึกษาของ ส่วนราชการซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท

    3. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจดทะเบียน ตามกฎหมายในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัทหรือบริษัทย่อย

    4. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วมผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทใน ลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นที่มีนัยหรือผู้มีอำนาจควบคุมของ ผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท เว้นแต่จะได้พ้นจาก การมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

    5. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัท ร่วมผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทและไม่เป็น ผู้ถือหุ้นที่มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุม หรือหุ้นส่วนของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วมผู้ถือหุ้น รายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทสังกัดอยู่ เว้นแต่จะได้พ้น จากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

    6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการ เป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งได้รับค่าบริการเกิน กว่า 2 ล้านบาทต่อปีจากบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วมผู้ถือ หุ้นรายใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท และไม่เป็นผู้ถือหุ้นที่ มีนัย ผู้มีอำนาจควบคุมหรือหุ้นส่วนของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

    7. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการ ของบริษัทผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่

    8. ไม่ประกอบกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัย กับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย หรือไม่เป็นหุ้นส่วนที่มีนัยในห้าง หุ้นส่วนหรือเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงานลูกจ้างพนักงาน ที่ปรึกษาที่รับเงินเดือนประจำหรือถือหุ้นเกิน 1% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิ ออกเสียงทั้งหมดของบริษัทอื่นซึ่งประกอบกิจการที่มีสภาพอย่าง เดียวกันและเป็นการแข่งขันที่มีนัยกับกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย

    9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระ เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท

  • การสรรหากรรมการและผู้บริหารระดับสูงสุด

    กระบวนการสรรหากรรมการ

    คณะกรรมการบริษัทพิจารณาคุณสมบัติของกรรมการจากปัจจัยด้านวุฒิ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการ ของบริษัทเป็นสำคัญภายใต้หลักการดังนี้

    1. ข้อกำหนดทางกฎหมายประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ และก.ล.ต. ข้อบังคับบริษัทเกี่ยวกับคุณสมบัติกรรมการ
    2. คุณสมบัติกรรมการที่ได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณกรรมการบริษัท
    3. ประวัติการศึกษาและประวัติการทำงานอันเป็นประโยชน์กับกิจการบริษัท
    4. การอบรมที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งหน้าที่ของกรรมการธุรกิจบริษัท การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการกำหนดนโยบายในระดับสูง
    5. ความมุ่งมั่นที่จะดูแลรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม
    6. การอุทิศเวลาและความสามารถเพื่อพัฒนากิจการของบริษัท

    ขั้นตอนการสรรหากรรมการ

    คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณาบุคคล ที่มีความเหมาะสมถูกต้องตรงกับคุณสมบัติกรรมการที่บริษัทวางไว้ และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทให้พิจารณาอนุมัติเพื่อเสนอในที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป

    การเลือกตั้ง/แต่งตั้งกรรมการ

    การเลือกตั้งกรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้

    1. ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่าจำนวนหุ้นที่ตนถือ
    2. ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่เลือกตั้งบุคคลคนเดียวหรือ หลายคนเป็นกรรมการก็ได้ ในกรณีเลือกตั้งบุคคลหลายคนเป็น กรรมการจะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้
    3. บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมาเป็นผู้ได้รับการเลือก ตั้งเป็นกรรมการเท่าจำนวนกรรมการที่พึงจะมีหรือจะพึงเลือกตั้งใน ครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมามี คะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่พึงจะมีหรือจะพึงเลือกตั้ง ในครั้งนั้นให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

    ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราว ออกตามวาระ คณะกรรมการจะเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มี ลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดและ กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เข้าเป็นกรรมการแทน ในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไป เว้นแต่วาระของกรรมการ จะเหลือน้อยกว่าสองเดือน บุคคลซึ่งเข้าเป็นกรรมการแทนดังกล่าวจะ อยู่ในตำแหน่งกรรมการได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการ ที่ตนเข้าแทน

    การสรรหาผู้บริหารระดับสูงสุด

    การสรรหาบุคลากรเพื่อมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทนั้นมีขั้นตอน สรรหาโดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลและการคัดเลือกจะอยู่ในดุลยพินิจของ ผู้บริหารโดยยึดเกณฑ์คุณสมบัติการศึกษาและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ สายงานเป็นสำคัญ

    การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อย

    บริษัทมีระเบียบปฏิบัติเรื่องอำนาจการดำเนินการซึ่งกำหนดให้คณะ กรรมการบริหารเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการของบริษัทย่อยรวมถึงกำหนดอำนาจ ลงนาม ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการและ ผู้บริหารของบริษัทย่อย เพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของบริษัทย่อยให้เป็นไป ในทางเดียวกับบริษัทหลัก ส่วนหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลฐานะการเงิน และผลการดำเนินงาน การทำรายการระหว่างกันในกลุ่มบริษัท การได้มา หรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สิน หรือการทำรายการสำคัญอื่นใดของบริษัทย่อย มีการดำเนินการทำนองเดียวกับบริษัทหลัก

    ค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี

    ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 ได้มีมติแต่งตั้ง บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด โดยนางศิริวรรณ สุรเทพินทร์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4604 และ/หรือ นายวิชาติ โลเกศกระวี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4451 และ/หรือ นางสาวสาธิดา รัตนานุรักษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4753 เป็นผู้สอบบัญชีปี 2561 โดยมีค่าตอบแทน (Audit fee) เฉพาะ บริษัท 2,100,000 บาทต่อปี โดยไม่มีค่าบริการอื่น (Non-audit fee)

    ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ได้มีมติแต่งตั้ง บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด โดยนางศิริวรรณ สุรเทพินทร์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4604 และ/หรือ นายวิชาติ โลเกศกระวี ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4451 และ/หรือ นางสาวสาธิดา รัตนานุรักษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขที่ 4753 เป็นผู้สอบบัญชีปี 2562 โดยมีค่าตอบแทน (Audit fee) เฉพาะ บริษัท 2,100,000 บาทต่อปี โดยไม่มีค่าบริการอื่น (Non-audit fee)

    ทั้งนี้ ผู้สอบบัญชีดังกล่าวไม่มีความสัมพันธ์และส่วนได้เสียกับบริษัท บริษัทย่อย ผู้บริหาร และ/หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

    การปฏิบัติตามหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ

    จากผลสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2562 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ผลคะแนนของ บริษัทอยู่ในระดับ ดีเลิศ (Excellent) อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับ หลักเกณฑ์ของโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies) และ ASEAN CG Scorecard ยังมีหลักเกณฑ์บางประการที่บริษัทยังไม่สามารถ ปฏิบัติได้รายละเอียดดังต่อไปนี้

    ประเด็น คําชี้แจง
    คณะกรรมการควรมีขนาดที่เหมาะสมโดยต้องมี จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คนและไม่ควรเกิน 12 คน ปัจจุบันบริษัทมีกรรมการจำนวน 13 คน โดยบริษัทเห็นว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับธุรกิจและ ขนาดของธุรกิจที่ขยายตัวและมีความซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นอันจำเป็นต้องมีจำนวนกรรมการ ที่เพียงพอและมีความหลากหลายทางวิชาชีพเพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการโดยการลง คะแนนเสียงแบบสะสม (Cumulative Voting) ข้อบังคับของบริษัทกำหนดให้เลือกตั้งกรรมการโดยวิธีคะแนนเสียงข้างมาก และผู้ถือหุ้นแต่ละคน มีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ตนถืออยู่ อย่างไรก็ดี บริษัทได้กำหนดให้มีวิธีการอื่นในการดูแล สิทธิของผู้ถือหุ้นรายย่อยมาโดยตลอด เช่น การสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยใช้สิทธิเสนอวาระการ ประชุม หรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการได้ล่วงหน้า เป็นต้น
    คณะกรรมการมีการกำหนดนโยบายจำกัดจำนวนปี ในการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระไว้ไม่เกิน 9 ปี ไว้ ไม่ได้กำหนดไว้เนื่องจากบริษัทเห็นว่ากรรมการอิสระที่มีการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเป็นเวลา นานย่อมจะมีประสบการณ์และเข้าใจในธุรกิจของบริษัทได้อย่างลึกซึ้งเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบการบริหารงานของบริษัท

6. คู่มือหลักการกำกับดูแลกิจการและจรรยาบรรณธุรกิจ